เจียวมองซือหม่าโยวเย่ว์อย่างตกตะลึง ค่ายกลของเธอร้ายกาจยิ่งกว่าของซือหม่าโยวหลินเสียอีก เธอเป็นตัวประหลาดอะไรกันนี่
มิน่าเล่า เธอจึงอยู่ร่วมกันกับนักหลอมยา นักหลอมวัตถุ และนักฝึกสัตว์อสูรเหล่านั้นได้
“ได้ยินมาว่ารอบกายเจ้ายังมีสหายอยู่อีกหลายคน ซึ่งเป็นนักหลอมยา นักหลอมวัตถุ นักฝึกสัตว์อสูรกันทั้งสิ้น พวกเขายังอยู่กับเจ้าหรือไม่” หั่วเจิ้งซิ่งถามด้วยรอยยิ้มน้อยๆ
ซือหม่าโยวเย่ว์ตกใจเล็กน้อย เมื่อสองปีก่อนพวกเธอฉีกหน้าคุณหนูตระกูลหั่วที่หอเซวียนหยวน ตาแก่ผู้นี้คงมิได้มาหาพวกตนเพื่อคิดบัญชีหรอกกระมัง
เมื่อเห็นเธอสีหน้าไม่ดี หั่วเจิ้งซิ่งจึงหัวเราะเสียงดังลั่นแล้วเอ่ยว่า “พวกเราก็แค่อยากเห็นกลุ่มผู้มีพรสวรรค์วัยเยาว์เท่านั้นเอง มิได้มีเจตนาอื่นใดเลย”
ซือหม่าโยวเย่ว์จ้องมองหั่วเจิ้งซิ่งอย่างเต็มสองตาก็รู้สึกว่าเขาดูไม่เหมือนพวกผู้ใหญ่ที่ชอบรังแกผู้น้อยพรรค์นั้น จึงพยักหน้าแล้วมองไปด้านหลังพลางเอ่ยว่า ”จือฉี เป่ยกง เจ้าอ้วน พวกเจ้าก็มาทักทายท่านปู่หั่วด้วยสิ”
พวกเว่ยจือฉีทั้งสามคนเดินเข้ามาแล้วเอ่ยว่า “คารวะท่านปู่หั่ว”
“เป็นผู้มีพรสวรรค์กันหมดเลยจริงๆ เสียด้วยสิ” หั่วเจิ้งซิ่งเอ่ยชม “เหตุใด