อะไรนะ!
มารเฒ่าและอูหลิงอวี่ต่างมองเธออย่างตกใจ เธอถึงขนาดมีวิญญาณอีกครึ่งหนึ่งอยู่จริงๆ นี่มันเรื่องอันใดกันแน่
ซือหม่าโยวเย่ว์มองมารเฒ่าแล้วเอ่ยว่า “ท่านอาจารย์ ท่านสร้างข่ายมนตร์ที่ทำให้มองไม่เห็นพวกเราก่อนดีกว่า”
มารเฒ่าคาดเดาได้ว่าเธอจะทำอะไร จึงโบกมือคราหนึ่ง ทัศนียภาพตรงหน้าซือหม่าโยวเย่ว์ก็แปรเปลี่ยนไปในทันที คล้ายกับว่าตนอยู่ในห้วงมิติสีขาวราวน้ำนมแห่งหนึ่ง แม้กระทั่งผู้คนและทิวทัศน์ภายนอกก็มิอาจมองเห็นได้ชัดเจนแล้ว
“เอาล่ะ ตอนนี้ข้างนอกมองพวกเราไม่เห็นแล้ว” มารเฒ่าพูด “เจ้าให้เขาออกมาได้แล้วล่ะ”
ซือหม่าโยวเย่ว์พยักหน้าแล้วลูบสร้อยข้อมือม่านถัวพลางเอ่ยว่า “ท่านยังไม่ออกมาอีกหรือ”
มารเฒ่าเห็นเธอพูดกับสร้อยข้อมือ หัวใจก็เกร็งกระตุก เขาลอบพึมพำว่าคงมิได้เป็นเช่นที่ตนคิดหรอกกระมัง!
หมอกดำพรั่งพรูออกมาจากสร้อยข้อมือ ทำให้หัวใจของมารเฒ่าและอูหลิงอวี่สั่นสะท้าน ก่อนจะเอ่ยว่า “หมอกดำ,เผ่าพันธุ์ทมิฬ!”
ซือหม่าโยวเย่ว์เห็นปฏิกิริยาของทั้งคู่ก็รู้ว่าพวกเขาตกใจกันเสียแล้ว
เงาร่างของหมัวซาก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ จนเห็นเป็นอาภรณ์สีแดงเพลิง เส้นผมสีแดงเพลิง นัยน์ตาสีแดงมองอูหลิงอวี่