ต่ก็ได้รู้จักกับเจ้าในตอนนั้นด้วย”
“เฮอะ ข้าไม่ได้พบเจอกับท่านยังดีเสียกว่า!” ซือหม่าโยวเย่ว์แค่นเสียงเฮอะอย่างเย็นชา
“ฮ่าๆๆ!” อูหลิงอวี่เห็นท่าทีเช่นนี้ของเธอแล้วอารมณ์ดีเป็นอย่างยิ่ง
“ที่แท้พวกเจ้าก็รู้จักกันเช่นนี้นี่เอง” มารเฒ่าพูด “ไม่ใช่สิ คราวก่อนตอนเจ้ากลับมา มิได้บอกว่าถูกเด็กสาวคนหนึ่งช่วยเอาไว้หรอกหรือ”
“ตาเฒ่า เหตุใดท่านจึงกลายเป็นคนโง่งมไปเสียแล้วเล่า ท่านไม่เห็นหรือว่านางสวมแหวนมนตร์ของอาจารย์อาเล็กเอาไว้บนนิ้วน่ะ” อูหลิงอวี่ดูแคลน เขายังคิดว่ามารเฒ่าค้นพบสิ่งนี้ตั้งนานแล้วเสียอีก
มารเฒ่าดึงมือซือหม่าโยวเย่ว์มาดู ก็เห็นแหวนมนตร์วงหนึ่งจริงๆ
“น้องเล็กเป็นผู้หลอมสิ่งนี้หรือ เขายังมีอารมณ์หลอมแหวนมนตร์นี่ด้วยหรือ” เขาเอ่ยพึมพำ
“หลอมขึ้นมาตอนแพ้พนันท่านในตอนนั้นน่ะสิ” อูหลิงอวี่พูด “เขามอบให้ท่าน ท่านมองแค่ปราดเดียวก็โยนให้ข้าเสียอย่างนั้น”
“ข้าก็ว่าอยู่ว่าเหตุใดจึงไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับมันเลย” มารเฒ่าพูด “โยวเย่ว์ หากพูดเช่นนี้ก็หมายความว่าเจ้าเป็นเด็กผู้หญิงน่ะสิ!”
ซือหม่าโยวเย่ว์พยักหน้า เมื่อเห็นท่าทีเช่นนั้นของเขา คงมิใช่ว่าไม่อยากรับตนเป็นศิษย์แล้วเพียงเพราะ