ให้ได้หรือไม่”
“ถ้าหากเขาเป็นอย่างที่เจ้าพูดก็ไม่มีปัญหาหรอก แต่รอให้ข้าได้เห็นกับตาก่อนแล้วค่อยว่ากัน เขาคือคนไหนล่ะ” มารเฒ่าถาม
“เขาอยู่ที่อาณาจักรทักษิณายาตร ตอนนี้ยังไม่มา แต่เขาน่าจะมาตอนงานประลอง พอถึงเวลานั้นท่านอาจารย์ค่อยประเมินเขาแล้วกัน” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
พอพูดจบเธอก็เบนสายตาไปทางอูหลิงอวี่ นับได้ว่าซาบซึ้งที่เขาช่วยพูดแทนตนเมื่อครู่
มารเฒ่าหยิบป้ายพกออกมาสี่ชิ้นแล้วโยนให้ซือหม่าโยวเย่ว์พลางเอ่ยว่า “เอาให้พวกเขาแล้วกัน พอถึงตอนที่ขึ้นไปข้างบนแล้วจงถือสิ่งนี้ไปยังหุบเขามารเทพ ก็จะมีคนทำการประเมินให้พวกเขาเอง”
ซือหม่าโยวเย่ว์โยนป้ายพกให้เว่ยจือฉีและเจ้าอ้วนชวีด้วยท่าทางเปี่ยมสุข หลังจากนั้นจึงวิ่งไปตรงหน้าซือหม่าโยวหลินก่อนจะส่งป้ายพกให้กับเขา
“ข้าให้”
ซือหม่าโยวหลินมองรอยยิ้มบนใบหน้าซือหม่าโยวเย่ว์พลางรับป้ายพกมาแล้วเอ่ยว่า “ขอบใจเจ้ามาก โยวเย่ว์”
“จะมาพูดจาเกรงอกเกรงใจอะไรกัน” ซือหม่าโยวเย่ว์พูดยิ้มๆ “พวกเราเป็นคนครอบครัวเดียวกันนะ”
พอพูดจบเธอก็กลับมาอยู่ข้างกายมารเฒ่าแล้วคุยเล่นกับเขาระหว่างดูเป่ยกงถังหลอมยา
กว่าเป่ยกงถังจะหลอมยาเสร็จก็ถึงกลางดึกแล้ว