ังจากนั้นจึงถอยออกจากเรือนไป
เมื่อคนของตำหนักผู้วิเศษจากไปกันหมดแล้ว อูหลิงอวี่จึงยืนพิงประตูพลางมองมารเฒ่าแล้วพูดอย่างเป็นกันเองว่า “ข้าว่านะ ตาเฒ่า ท่านลงมาทีก็ไม่เห็นแม้เงา แล้วตอนนี้มีเรื่องอันใดจะมาพูดกับข้าล่ะ”
“ข้าหาศิษย์น้องให้เจ้าได้คนหนึ่งละ” มารเฒ่าพูดประโยคเดียวก็ดึงความสนใจของอูหลิงอวี่กลับมาได้ในทันที
เขาขมวดคิ้วแล้วเอ่ยว่า “บนดินแดนแห่งนี้ยังมีคนที่เข้าตาท่านได้อยู่อีกหรือ รู้จักกันตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วไปหลอกเขามาได้อย่างไรกัน”
“หลอกบ้าหลอกบออะไรเล่า!” มารเฒ่าถลึงตาใส่อูหลิงอวี่ “ข้าเพิ่งรู้จัก เขาก็มอบค่าครูให้ข้าเสียแล้ว”
“ยากนักที่ท่านจะเห็นใครเข้าตา ผู้คนล้ำเลิศตั้งมากมายที่โลกเบื้องบนอยากเป็นลูกศิษย์ท่าน แต่ท่านกลับมาเลือกเอาคนจากที่นี่” อูหลิงอวี่พูด “ท่านอยากหาคนรับช่วงต่อมิใช่หรือ กว่าคนที่นี่จะขึ้นไปข้างบนได้ ท่านมิต้องรอจนรากงอกเลยหรือ ท่านรอจนถึงตอนนั้นไหวหรือไร”
“เจ้าเด็กบ้านี่ เจ้ากำลังแช่งให้ข้าอายุสั้นใช่หรือไม่!” มารเฒ่าตะคอก
อูหลิงอวี่อุดหู แสดงท่าทีว่าตกใจกับเสียงของเขา
“ข้ามิได้แช่งท่านเสียหน่อย ก็แค่พูดไปตามความจริงเท่านั้นเอง!” อู