เจ้ามานี่” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
เป่ยกงถังหยิบตะหลิวอันหนึ่งออกมาแล้วยืนผัดกับข้าวต่อแทนที่เธอ แต่ยังคงมุ่งความสนใจไปที่ตัวโยวเย่ว์อยู่ตลอดเวลา
ซือหม่าโยวเย่ว์เดินเข้าไปถึงข้างกายมารเฒ่าแล้วเอ่ยว่า “ท่านอาจารย์ เขาคือศิษย์ของท่าน ศิษย์พี่ของข้าอย่างนั้นหรือ”
“ถูกต้อง พวกเจ้าไปใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันมาระยะหนึ่งตั้งแต่เมื่อใดหรือ” มารเฒ่าถาม
เมื่อเอ่ยถึงการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันระยะหนึ่งอีกครั้ง ซือหม่าโยวเย่ว์ก็นึกถึงสภาพตอนที่ถูกเขาเล่นเสียจนหัวหมุนตอนนั้นขึ้นมา จึงจัดแจงวาดมือซัดพลังโจมตีเข้าใส่อูหลิงอวี่ ดังนั้นจึงละเลยปฏิกิริยาของสร้อยข้อมือม่านถัวที่เกิดขึ้นเมื่อได้เห็นอูหลิงอวี่
“ห้ามใช้ปราณวิญญาณ!” ซือหม่าโยวเย่ว์รู้ว่าถ้าหากตนใช้ปราณวิญญาณ ก็จะต้องมิใช่คู่ต่อสู้ของอูหลิงอวี่อย่างแน่นอน จึงตะโกนขึ้น
“ในเมื่อศิษย์น้องเล็กอยากเล่น ข้าจะเล่นเป็นเพื่อนเจ้าด้วยก็ได้” อูหลิงอวี่ยิ้มพลางหลบหลีกการโจมตีของซือหม่าโยวเย่ว์
คนหนึ่งไล่โจมตี คนหนึ่งหลบหลีกพร้อมสู้กลับเป็นระยะๆ แต่ไม่ว่าจะทำอย่างไรซือหม่าโยวเย่ว์ก็ทำร้ายอูหลิงอวี่ไม่ได้เลย
“ท่านยืนนิ่งๆ ให้ข้าเลยนะ!” เมื่อเห็นตัวเองเหนื่อยจน