ณ์หยินหยางหรือไม่” ซือหม่าโยวเย่ว์ชี้หมู่บ้านและทะเลสาบพลางเอ่ยขึ้น
ถึงแม้ว่าทะเลสาบและหมู่บ้านจะอยู่ไม่ไกลจากกันมากนัก แต่ผ่านหุบผาแห่งหนึ่ง ดูแล้วเหมือนถูกเขาภาพมังกรแยกออกจากกัน กลายเป็นจุดหยินหยางสองจุดพอดี
“สัญสักษณ์หยินหยางหรือ มันคือสิ่งใดกัน” ซือหม่าโยวฉีถาม
ซือหม่าโยวเย่ว์จนคำพูด เธอนึกขึ้นมาได้ว่าที่นี่ต้องไม่มีสำนักเต๋าอะไรอยู่แล้ว คนเหล่านี้ก็ต้องไม่รู้จักสัญสักษณ์หยินหยางเป็นธรรมดา
“ไม่มีอะไรหรอก คือค่ายกลชนิดหนึ่งเท่านั้นเอง” เธอยิ้มอย่างผิดหวังเล็กน้อย
พวกเขาเดินผ่านภูเขาหลายลูกแล้วก็ยังไม่พบอะไรพิเศษ แม้กระทั่งสัตว์อสูรวิเศษก็ยังไม่พบเลย ความคิดที่อยากจะหาสัตว์อสูรวิเศษเพื่อฝึกฝีมือของพวกเขาก็ถูกพับเก็บไปเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นจึงอยากจะกลับไปยังค่ายพักแรม
เพราะรู้สึกผิดหวังอยู่ในใจ ดังนั้นซือหม่าโยวเย่ว์จึงบอกว่าอยากจะไปเดินเล่นลำพัง จากนั้นคนอื่นจึงกลับไปก่อน ส่วนเธอนั้นเหาะเหินอยู่คนเดียวท่ามกลางขุนเขา
ในที่สุดเธอก็มาถึงด้านบนของหน้าผาแห่งหนึ่ง เธอมองดูทิวทัศน์ไกลออกไปพลางเอ่ยอย่างเจ็บปวดอยู่บ้าง “โลกใบนี้หนอ… ชาตินี้ไม่รู้จะกลับไปได้หรือเปล่า เฮ้อ… ทำไมอยู่ดีๆ ก็คิ