ารต่อสู้แย่งชิงดังเช่นก่อนหน้านี้ คิดไม่ถึงว่าจะพบเด็กโง่งมคนหนึ่งเข้าเสียได้
“เจ้าไม่คิดต่อสู้แย่งชิงจริงๆ น่ะหรือ” ชายชราร่างเล็กถามย้ำอีกครั้ง
ซือหม่าโยวเย่ว์ส่ายหน้าแล้วเอ่ยว่า “ในตัวท่านยังมีของที่ทำให้คนจิตใจหวั่นไหวมากกว่านี้อีกหรือไม่เล่า ถ้ามีข้าจะได้ชิงมา แต่ถ้าไม่มีก็ช่างเถิด”
พอพูดจบเธอจึงหมุนกายจากไป
ชายชราร่างเล็กมองแผ่นหลังของซือหม่าโยวเย่ว์พลางลูบคางอันแหลมยื่น ทันใดนั้นก็รีบตามมาแล้วคว้ามือซือหม่าโยวเย่ว์เอาไว้ก่อนจะเอ่ยว่า “เจ้าเด็กนี่ เจ้าจะไม่ช่วงชิงจริงหรือ”
ซือหม่าโยวเย่ว์มองชายชราร่างเล็กแล้วตกตะลึงไปกับพลังยุทธ์และความเร็วของเขา พร้อมกันนั้นสีหน้าก็ดำทะมึน เขามีพลังยุทธ์แข็งแกร่งเช่นนี้แล้วตนจะกล้าไปแย่งชิงของจากเขาได้อย่างไรกันเล่า
ในขณะนี้เอง สร้อยข้อมือม่านถัวที่นิ่งเงียบมาโดยตลอดพลันสั่นไหวขึ้นมา ซึ่งทำให้เธอประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง
“โอ้… สร้อยข้อมือของเจ้าเส้นนี้ช่างพิเศษยิ่งนัก” ชายชราร่างเล็กมองสร้อยข้อมือม่านถัว “เป็นดอกม่านถัวหลัวเสียด้วย นี่มันดอกไม้ที่เป็นสัญลักษณ์แทนสุดยอดมารร้ายเมื่อหลายหมื่นปีก่อนนี่นา! เด็กน้อย เหตุใดเจ้าจึงใช้ดอกไม้ที่มืดมนเช่นนี้ไ