างนั้นเล่า” ชายชราร่างเล็กจัดเก็บบุปผาร้อยใบเรียบร้อยแล้วจึงหมุนกายไปมองซือหม่าโยวเย่ว์
ซือหม่าโยวเย่ว์คิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะพูดกับตน จึงหยุดฝีเท้าแล้วเอ่ยว่า “ก็ท่านได้มันไปครองแล้วมิใช่หรือ แล้วจะให้ข้ารีรออะไรอยู่อีกเล่า ให้รอดูท่านเด็ดสมุนไพรอย่างนั้นหรือ”
“เจ้าจะช่วงชิงไปก็ได้นี่นา!” ชายชราร่างเล็กเส้นผมขาวโพลน แววตาทั้งสองเปล่งประกายสดใส ดูมีชีวิตชีวาไปทั้งตัว
ซือหม่าโยวเย่ว์ได้ยินวาจาของเขาแล้วสะดุ้ง มีคนที่เรียกให้ผู้อื่นช่วงชิงของของตนอยู่ด้วยหรือนี่
เธอส่ายหน้าแล้วเอ่ยว่า “ถึงแม้ว่าบุปผาร้อยใบนี้จะหายาก แต่ก็ยังไม่พอจะทำให้ข้าจิตใจหวั่นไหวหรอกนะ ถ้าหากเอาชนะท่านได้ก็ยังพอว่า แต่ถ้าเอาชนะท่านไม่ได้ก็ไม่เท่ากับข้าอยู่ดีไม่ว่าดี หาเรื่องใส่ตัวเปล่าๆ หรอกหรือ”
“เจ้าช่างเฉลียวฉลาดยิ่งนัก!” ชายชราร่างเล็กพูด “เจ้าก็เป็นนักหลอมยาเช่นกันหรือ”
“ทำเป็นบ้างเล็กน้อย” ซือหม่าโยวเย่ว์พบว่าเธอมองพลังยุทธ์ของอีกฝ่ายไม่ออกเลย จึงตกตะลึงอยู่บ้าง แต่คิดๆ ดูแล้วผู้ที่กล้าเดินทางอยู่ในเทือกเขาหมื่นอสูรตามลำพังในยามนี้จะเป็นคนธรรมดาทั่วไปได้อย่างไรกัน
ชายชราร่างเล็กคิดว่าคงจะต้องพบกับก