์ประทับอยู่ หากมันยังอยู่ อาจารย์ก็ต้องไม่เป็นไรแน่”
ซือหม่าโยวเย่ว์ลูบหน้าผากของตน ในทะเลแห่งความรู้ของเธอยังมีเงาร่างคนรางๆ นั่งอยู่ข้างเคล็ดหลอมวิญญาณ
วันนี้ได้ผ่านการต่อสู้ครั้งใหญ่มา ดังนั้นคืนนี้ทุกคนจึงมิได้ฝึกยุทธ์ หากแต่รวมตัวกันอยู่ในลานบ้านของโรงเตี๊ยมเพื่อดื่มสุราสนทนากัน พอถึงครึ่งคืนหลังจึงค่อยพักผ่อนกัน
คนวัยเยาว์กลุ่มหนึ่งอยู่ร่วมกันจึงดื่มสุราอย่างไร้ซึ่งการยับยั้ง วันรุ่งขึ้นจึงพากันร้องว่าปวดหัว ซือหม่าโยวเย่ว์จึงต้มยาหม้อใหญ่ให้กับพวกเขา รสชาติอันขมขื่นทำเอาพวกเขาบ่นว่าขมจนทนไม่ไหว
สี่ห้าวันต่อมา โอวหยางเฟยก็ยังไม่ปรากฏตัว ในยามพลบค่ำของวันที่ห้า เขาถึงโผล่มาที่โรงเตี๊ยม
ซือหม่าโยวเย่ว์ยกไก่ย่างจานหนึ่งเข้ามาพอดี เมื่อเห็นว่าเสื้อผ้าที่เขาสวมมิได้เปลี่ยนแปลงไป จึงเข้ามามองซ้ายมองขวาแล้วถามว่า “เหตุใดเจ้าจึงไม่สวมชุดมังกรสุดอลังการนั่นเล่า”
โอวหยางเฟยยื่นมือมาผลักศีรษะซือหม่าโยวเย่ว์ออกไปพลางเอ่ยว่า “ข้าไม่ขึ้นครองราชย์หรอก”
“เจ้าไม่ขึ้นครองราชย์อย่างนั้นหรือ”
“อืม หลายวันนี้ข้าก็คอยจัดการเรื่องพวกนี้อยู่นี่แหละ” โอวหยางเฟยนั่งลงท่ามกลางพวกเขาก่อนจะบิดขี้เกียจแล้วเอ่ย