ว่า “อยู่อย่างอิสระมาจนเคยชินเสียแล้ว อยู่ในนั้นแค่ไม่กี่วันยังรู้สึกไม่คุ้นชินเลย”
ทุกคนหัวเราะเขาแล้วเอ่ยว่า “เจ้าโตมาในวังหลวงนะ!”
“เอาใจออกหากมาแล้ว กลับไปไม่ได้หรอก” โอวหยางเฟยหยิบชามและตะเกียบออกมาก่อนจะเริ่มกินข้าวอย่างรู้หน้าที่
“เจ้าไม่ครองราชย์ แล้วท่านน้าท่านลุงเหล่านั้นของเจ้าไม่ว่าอะไรหรือ” ซือหม่าโยวหยางถาม
“ข้าหาคนสืบทอดให้พวกเขาแล้วน่ะสิ” โอวหยางเฟยพูด “ถึงแม้จะติดขัดอยู่บ้าง แต่พวกเขาก็เห็นด้วยอยู่ดี”
“เจ้าคงจะมิได้ยกบัลลังก์จักรพรรดิให้น้องชายอายุสิบกว่าขวบผู้นั้นของเจ้าหรอกนะ” เจ้าอ้วนชวีพูด
“อืม ตอนนี้เขาอายุแค่สิบกว่าขวบ แต่อีกไม่กี่ปีก็ไม่ใช่แล้วนี่” โอวหยางเฟยพูด “เอาชีวิตรอดภายใต้การกดดันจากโอวหยางตงได้ ความสามารถของเขาก็คงไม่อ่อนแอนักหรอก”
“แต่ถึงอย่างไรเขาก็มิใช่น้องชายร่วมมารดาของเจ้า แล้วคนตระกูลซางจะเห็นด้วยหรือ” เว่ยจือฉีถาม
“มารดาของเขาสิ้นชีพไปนานแล้ว ได้ท่านแม่ของข้าคอยดูแลเขามาโดยตลอด ดังนั้นข้าจึงให้ท่านแม่รับผิดชอบ เช่นนี้เขาก็ขึ้นครองราชย์ได้แล้ว ตระกูลซางก็มิอาจพูดอะไรได้” โอวหยางเฟยพูด “แต่ข้าอาจจะอยู่ที่ทักษิณายาตรก่อนสักระยะหนึ่งนะ”
“อืม เจ้าไ