ยืนอยู่ในลานประหารโดยมิได้ทำอะไร ระลอกคลื่นจากการโจมตีเหล่านั้นสลายตัวไปเองเมื่อมาถึงข้างกายเขา
สายรุ้งกระโดดโลดเต้นอยู่บนหัวไหล่เขา เมื่อได้เห็นทักษะวิญญาณนานาชนิด มันก็ร้องอุทานด้วยความตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง
โอวหยางเฟยเห็นกลุ่มอันโดดเด่นของซือหม่าโยวเย่ว์แล้วเบ้ปาก
เขาชี้โอวหยางตงพลางเอ่ยว่า “วันนี้พวกเราสองคนจะจัดการกันให้สิ้นเรื่อง หากใครยอมจำนนแต่โดยดีก็จะไว้ชีวิต”
คำพูดของเขาทำให้สนามรบอันชุลมุนสงบลง คนที่กำลังต่อสู้เหล่านั้นต่างหยุดลงแล้วมองเขา
โอวหยางเฟยมองเจ้าไก่ฟ้าปราดหนึ่ง เจ้าไก่ฟ้าจึงปลดปล่อยแรงกดดันของสัตว์อสูรเหนือเทพออกมาในทันใด ทำให้ทั่วทั้งเมืองหลวงหยุดชะงัก
“สัตว์อสูรเทพจำแลง!”
“เขาก็คือสัตว์อสูรเหนือเทพตนนั้นอย่างไรเล่า!”
“เขามิได้ไปจากดินแดนอี้หลินแล้วหรอกหรือ เหตุใดเขาจึงยังอยู่ที่นี่อีกเล่า”
“สวรรค์เอ๋ย ฝ่าบาทถึงกับทรงพาสัตว์อสูรเหนือเทพกลับมาเลยทีเดียว!”
“พวกเขามีสัตว์อสูรเหนือเทพอยู่ แล้วพวกเราจะต่อสู้กันไปทำไมอีกเล่า”
“จริงด้วย เมื่อครู่เขามิได้พูดหรอกหรือว่าหากยอมจำนนตอนนี้ก็จะไว้ชีวิต พวกเรารีบยอมจำนนกันดีกว่านะ!”
“ใช่ๆๆ”
พอเจ้าไก่ฟ้าปลดปล่อยแรงกดดันออกไป