าจะลงมือกันเล่า พวกเจ้าโง่งมหรือไร!” ซือหม่าโยวหยางพูดจบก็เรียกสัตว์อสูรเทพของตนออกมา
เมื่อเห็นเขาเรียกสัตว์อสูรเทพของตนออกมา คนอื่นๆ จึงเรียกสัตว์อสูรเทพของตนออกมาด้วยเช่นกัน ภายในโรงน้ำชาจึงเต็มไปด้วยสัตว์อสูรเทพในทันใด
“เฮอะ ตระกูลซือหม่าช่างมั่งคั่งเสียจริงนะ มีสัตว์อสูรเทพกันหมดเลย!” หญิงที่พูดในตอนแรกผู้นั้นเอ่ยขึ้น “แต่แค่พวกเจ้าก็คิดจะสู้กับพวกเราอย่างนั้นหรือ!”
ในขณะนี้เองเจ้าคำรามน้อยก็ปรากฏตัวขึ้นที่ชั้นสองในทันใดแล้วเอ่ยว่า “เย่ว์เย่ว์ เสร็จเรียบร้อยแล้วละ!”
“เจ้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน”
“เวียนหัวเหลือเกิน!”
“เจ้าเด็กบ้า ทำอะไรของเจ้าน่ะ”
“ตึง… ตึง…”
ราชันวิญญาณเหล่านั้นล้มลงทีละสองสามคน เจ้าคำรามน้อยจึงอาศัยจังหวะนี้วิ่งกลับมา
“เจ้าทำอะไรพวกเขาน่ะ” น่าหลานหงเห็นพวกเขาล้มลงไปกันหมดจึงอุทานอย่างตกใจ
“ข้าก็ไม่ได้ทำอะไรนี่ แค่ทดสอบดูว่ายาล่อหลอกนี้ของข้าจะทำให้พวกเขาหมดสติได้หรือไม่” ซือหม่าโยวเย่ว์ยิ้มแล้วเอ่ยว่า “การทดสอบเห็นผลว่ายาชนิดนี้ไม่มีผลต่อจ้าววิญญาณอย่างพวกเจ้าก็จริง แต่ได้ผลกับราชันวิญญาณดีเหลือเกิน!”
“ใช้ได้เลยทีเดียว ตอนนี้ก็เหลือเพียงแค่จ้าววิญญาณสิบคนเท่า