คนข้างตัวว่า “เหตุใดจึงยังไม่นำตัวพวกซางหลุนมาอีกเล่า”
“ฝ่าพระบาท โดยปกติแล้วพวกเขาควรจะมาถึงนานแล้วนะพ่ะย่ะค่ะ” ทหารยามพูด
“เช่นนั้นเหตุใดจึงยังมาไม่ถึงอีกเล่า ส่งคนไปเร่งเข้าสิ!” โอวหยางตงคำรามอย่างเดือดดาล
ในขณะนั้นเอง ทหารยามคนหนึ่งก็วิ่งโซซัดโซเซเข้ามา เขามาถึงด้านล่างของแท่นหยกแล้วเอ่ยว่า “ฝ่าพระบาท แย่แล้วพ่ะย่ะค่ะ พวกเขาแหกคุกแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”
“แหกคุกอย่างนั้นหรือ” โอวหยางตงผุดลุกขึ้นยืนในทันทีแล้วเอ่ยว่า “มิได้มีการป้องกันอย่างแน่นหนาหรอกหรือ แล้วจะแหกคุกได้อย่างไรกัน!”
“ฝ่าพระบาท กระหม่อมก็ไม่ทราบพ่ะย่ะค่ะ! พวกเราเห็นว่านานขนาดนี้แล้วยังไม่ออกมากัน จึงได้ส่งคนเข้าไปดู ก็เห็นเพียงแค่ทหารยามนอนอยู่เกลื่อนพื้น แต่ไม่เห็นนักโทษเลยพ่ะย่ะค่ะ!”
“เจ้าพวกเลี้ยงเสียข้าวสุก!” โอวหยางตงด่าทอ “รีบไปหาตัวมาให้ข้าเร็วเข้าสิ!”
“พ่ะย่ะค่ะฝ่าพระบาท!” ทหารยามผู้นั้นล้มลุกคลุกคลานออกไป
“โอวหยางตง เจ้ากำลังตามหาพวกเราอยู่ใช่หรือไม่” ซางมู่อวี่พาคนของตระกูลซางมาปรากฏตัวที่ด้านนอกลานประหาร
“พระชายา” ผู้คนในลานจำนวนไม่น้อยรู้จักนาง “นางมิได้ถูกคุมขังอยู่ในวังหลวงหรอกหรือ ออกมาได้อย่างไรกัน”
โอวหยางตงเห็นซางมู่อวี่แล้ว