ประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง เมื่อเห็นคนตระกูลซางด้านหลังนางแล้วสีหน้าก็เยียบเย็นจนน่ากลัว “พวกเจ้าหนีออกมาจริงๆ ด้วย!”
“ถูกต้อง พวกเราหนีออกมา” ซางมู่อวี่พูด “ตอนนั้นที่เจ้าจับพวกเราขัง ข้าก็บอกแล้วว่าวันที่พวกเราออกมาได้ ก็คือวันที่เจ้าต้องจบชีวิต!”
โอวหยางเฟยหันหน้าไปมองซางมู่อวี่ เมื่อเห็นใบหน้าที่คุ้นเคย ริมฝีปากของเขาก็สั่นระริก ก่อนจะอ้าปาก แต่ไม่มีคำพูดเล็ดลอดออกมาเลย
“เฟยเอ๋อร์” ซางมู่อวี่เห็นโอวหยางเฟยจึงรีบก้าวเข้ามาหา นางกุมมือของเขาเอาไว้ น้ำตาหยาดหยดลงมาในทันใด
“ท่านแม่!” โอวหยางเฟยกุมมือซางมู่อวี่เอาไว้แล้วเอ่ยว่า “หลายปีนี้ทำให้ท่านต้องกังวลใจแล้ว”
“ในเมื่อเจ้ายังมีชีวิตอยู่ เหตุใดจึงไม่ส่งข่าวมาให้เร็วหน่อยเล่า” ซางมู่อวี่อยากจะฟาดเขาแรงๆ สักทีหนึ่ง แต่พอไปถึงใบหน้าของเขาแล้วกลับกลายเป็นลูบไล้เบาๆ แทน
“ขอโทษด้วย ท่านแม่ ข้าไม่รู้สถานการณ์ทางนี้ เลยไม่กล้าเผยตัวอย่างปุบปับ” โอวหยางเฟยเอ่ยอย่างขอโทษขอโพย “เดิมทีข้าคิดจะรอให้เลื่อนไปถึงระดับราชันวิญญาณก่อนแล้วค่อยกลับมา เช่นนั้นจึงจะวางใจได้หน่อย”
“เจ้าลูกคนนี้ ราชันวิญญาณนั้นเป็นกันได้ง่ายๆ หรือไร!” ซางมู่อวี่พูด “เจ้าคิดเอาไว้ว่