าหากยังไม่ถึงระดับราชันวิญญาณก็จะไม่กลับมาอีกเลยอย่างนั้นหรือ”
“ท่านแม่ ข้าใกล้จะไปถึงระดับราชันวิญญาณแล้ว อย่างช้าที่สุดก็คือภายในปีนี้แหละ” โอวหยางเฟยพูด
“อะไรนะ! ตอนนี้เจ้าเป็นระดับบรรพวิญญาณขั้นสูงแล้วอย่างนั้นหรือ” ซางมู่อวี่พูดอย่างตกใจ
“อื้ม” โอวหยางเฟยพยักหน้า
“ดีๆ บุตรชายข้าช่างร้ายกาจยิ่งนัก!” ซางมู่อวี่พูดอย่างตื่นเต้น
ซือหม่าโยวเย่ว์เห็นพวกเขาอยู่ด้วยกัน จึงนึกถึงบิดามารดาของตนขึ้นมาในทันใด ไม่รู้ว่าตอนที่พวกเขาได้พบหน้ากันแล้วจะเป็นเช่นนี้หรือไม่
เธอดึงกระโปรงของเป่ยกงถังแล้วกระซิบข้างหูนางว่า “พวกเจ้าอยู่ที่นี่ก่อนนะ ข้ากับพวกเขาจะไปจัดการเรื่องตระกูลน่าหลานกันก่อน”
“พวกเจ้าไปกันแค่ไม่กี่คนแล้วจะไม่เป็นไรหรือ” เป่ยกงถังถาม
“อย่าลืมสิว่าพวกเรามีสัตว์อสูรเทพกันทุกคน” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “ข้าเห็นว่าคนของตระกูลน่าหลานไม่ได้อยู่ที่นี่ แต่ข้าสัมผัสกลิ่นอายที่ไม่อ่อนแอเลยขุมหนึ่งได้จากทางโน้น ข้าว่าพวกเขาน่าจะอยู่ที่นั่น”
“เช่นนั้นพวกเจ้าก็ระวังตัวกันด้วยล่ะ หากไม่ได้การก็เรียกเจ้าไก่ฟ้าไปช่วยนะ” เป่ยกงถังพูด
“ข้ารู้แล้ว” ซือหม่าโยวเย่ว์พยักหน้า
เธอโบกมือให้กับคนของตระกูลซือหม