ร์ที่ชั้นล่างต่างถึงเวลาง่วงเหงาหาวนอนกันหมดแล้ว พวกเว่ยจือฉีจึงพาตัวคนผู้หนึ่งกลับมา
ผู้มาเยือนปกปิดตัวตนด้วยเสื้อคลุมขนาดใหญ่จนทำให้คนมองตัวตนของเขาไม่ออก
หลังจากเคาะประตู เว่ยจือฉีก็พาคนผู้นั้นเข้าไป
“ฝ่าบาท!” เมื่อคนผู้นั้นเห็นโอวหยางเฟยที่อยู่ในห้องจึงถอดเสื้อคลุมแล้วพุ่งตัวเข้าไปคุกเข่าลงตรงหน้าเขา
“ท่านอากุ้ย ท่านลุกขึ้นก่อนเถิด” โอวหยางเฟยพยุงเขาขึ้นมา
“ฝ่าบาท ในที่สุดพระองค์ก็กลับมาเสียที!” ท่านอากุ้ยลุกขึ้นยืนตามแรงพยุงของเขาแล้วเอ่ยว่า “ข้ารู้อยู่แล้วว่าพระองค์จะต้องยังทรงมีพระชนม์ชีพอยู่อย่างแน่นอน กระหม่อมรอพระองค์กลับมาอยู่ตลอดเลยนะพ่ะย่ะค่ะ! หลายปีที่ผ่านมานี้พระองค์ทรงสบายดีหรือไม่”
“ข้าสบายดี” โอวหยางเฟยพูด “ท่านอากุ้ย ตอนนี้พวกท่านแม่และท่านตาของข้าอยู่ที่ไหนกันหรือ แล้วสถานการณ์เป็นเช่นไรบ้าง”
“ฝ่าบาท อย่าทรงร้อนพระทัยไปเลยพ่ะย่ะค่ะ ตอนนี้พวกเขายังไร้อันตรายอยู่” ท่านอากุ้ยปลอบประโลม “โอวหยางตงอยากจะให้พระองค์เสด็จกลับมา ย่อมต้องให้พวกเขามีชีวิตอยู่แล้ว เพียงแต่สถานการณ์ของพวกเขาในตอนนี้มิสู้ดีนักพ่ะย่ะค่ะ”
“ตอนนี้พวกเขาอยู่ที่ไหนกันหรือ”
“ถูกขังอยู่ในคุกหลวงกันหม