ะเอ่ยว่า “คิดไม่ถึงว่าพลังจิตของเจ้าจะร้ายกาจถึงเพียงนี้แล้ว ได้ยินว่าเจ้าก็เป็นปรมาจารย์ค่ายกลด้วยนี่”
ซือหม่าโยวเย่ว์รู้ว่าซือหม่าโยวหลินจะต้องเป็นผู้บอกเรื่องนี้กับเขาอย่างแน่นอน แต่เธอก็พยักหน้ายอมรับโดยมิได้ปิดบัง
เธออยากไปพบเขา ให้เขาช่วยชี้แนะเรื่องค่ายกลมาโดยตลอด ตอนนี้เขาถามขึ้นมาพอดี ตนก็จะอาศัยจังหวะนี้ให้เขาช่วยชี้แนะสักหน่อย
“การรับสัมผัสห้วงมิติของเจ้าในตอนนี้ไปถึงระดับขั้นใดแล้วหรือ” ซือหม่าหลินถาม
“ควบคุมห้วงมิติได้ครึ่งตัวแล้ว” ซือหม่าโยวเย่ว์เอ่ยตอบ
ซือหม่าหลินเผยสีหน้าตกใจ เธอยังอายุน้อยถึงเพียงนี้ แต่กลับควบคุมห้วงมิติได้แล้วอย่างนั้นหรือ!
“ดี ดีมาก! ตระกูลเรามีปรมาจารย์ค่ายกลอยู่สองคน แต่พรสวรรค์กลับห่างชั้นกับเจ้าเหลือเกิน” ซือหม่าหลินเอ่ยอย่างตื่นเต้น “ข้าจะบอกสิ่งที่ข้ารู้กับเจ้า ในภายหน้าเจ้าจะต้องประสบความสำเร็จกว่าข้ามากมายอย่างแน่นอน!”
“ขอบคุณท่านปู่หลิน!” ซือหม่าโยวเย่ว์ประสานมือทำความเคารพพลางค้อมกายคำนับ
“ฮ่าๆ ไป พวกเราไปที่ศาลาพักร้อนบนยอดเขากันดีกว่า”
ซือหม่าโยวเย่ว์เดินตามซือหม่าหลินไปอย่างมีความสุข
ซือหม่าโยวเย่ว์ผ่านวันเวลาต่อมาอย่างเรียบง่ายและสงบสุข หากมีเวลาก็จะศึกษาปัญหาเกี่ยวกับค่ายกลกับซือหม่าหลิน
ซือหม่าหลินชอบเธอเป็นอย่างยิ่ง เขาสอนทุกสิ่งทุกอย่างที่ตนรู้ให้แก่เธอ ทำให้เธอมีความก้าวหน้าทางด้านค่ายกลเป็นอย่างมาก
นอกจากการศึกษาค่ายกลแล้ว เธ