เมื่อได้ยินซือหม่าโยวเย่ว์เล่นใหญ่ถึงเพียงนั้น พวกซือหม่าโยวฉิงต่างพากันก้มศีรษะ อดหัวเราะออกมามิได้
ส่วนซือหม่าไท่นั้นหยิบตำราผสานร่างมา พรั่นพรึงจนเอ่ยวาจาไม่ออก
“เป็นอย่างไรบ้างเล่า รู้สึกว่าคุ้มค่ามากเลยใช่หรือไม่” ซือหม่าโยวเย่ว์มองดูสีหน้าของซือหม่าไท่แล้วเอ่ยว่า “ท่านต้องชดเชยให้ข้าด้วย”
“ก็ได้” คราวนี้ซือหม่าไท่เอ่ยตอบอย่างรวดเร็ว
“ท่านประมุขตระกูล นี่คือสิ่งใดหรือ” ซือหม่าหลินเห็นซือหม่าไท่แสดงอาการเช่นนี้ จึงมีความสนใจในทักษะวิญญาณเล่มนั้นของเธอเป็นอย่างยิ่ง
“พวกเจ้าจำได้หรือไม่ พวกเราเคยมีบันทึกประจำตระกูลที่เขียนเอาไว้ว่าบรรพชนผู้ก่อตั้งมีความสามารถในการนำทักษะของสัตว์อสูรผูกพันธสัญญามาไว้ที่ตนเองน่ะ” ซือหม่าไท่ถาม
“หรือว่าจะเป็นของสิ่งนี้เล่า” ซือหม่าหลินแสดงสีหน้าพรั่นพรึงอย่างไม่ปิดบัง
ถ้าหากเป็นสิ่งนี้จริง เช่นนั้นตระกูลซือหม่าก็ต้องขอบคุณซือหม่าโยวเย่ว์ให้ดีๆ จริงๆ แล้ว
“ข้าว่าอันที่จริงแล้วบรรพชนผู้ก่อตั้งของพวกท่านคงจะไม่อยากให้พวกท่านศึกษาทักษะนี้หรอก” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
“เพราะเหตุใดเล่า”
“เพราะเงื่อนไขที่จะได้รับทักษะวิญญาณเล่มนี้มาแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ข้าก็แค่ทำตามได้พอดีเท่านั้น จึงได้มันมาครอบครอง” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “ถ้าหากบรรพชนผู้ก่อตั้งอยากให้ชนรุ่นหลังศึกษามันจริงๆ ก็คงไม่วางเอาไว้ที่นั่นหรอก”
“โยวเย่ว์ เจ้ามิได้บอกว่าเจ้าไม่ต้องผ่านการทดสอบหรอกหรือ” ซื