มาว่าภายในหอหนังสือสะสมของตระกูลเรามีทักษะวิญญาณอยู่ไม่น้อย แต่มิอาจเข้าไปตามใจชอบได้”
“อนุญาตให้เจ้าเข้าไปได้อย่างอิสระเลย” ซือหม่าไท่พูด
“ข้ามิได้ร้องขอสิ่งนี้หรอก” ซือหม่าโยวเย่ว์โบกไม้โบกมือแล้วเอ่ยว่า “พี่ชายทั้งสี่ของข้าถูกพวกท่านกักขังมาสามปี ตลอดเวลานั้นก็มิได้ศึกษาทักษะวิญญาณที่ดีใดๆ เลย ท่านให้พวกเขาเข้าไปเลือกตำราทักษะวิญญาณหน่อยสิ”
ทุกคนพากันตกตะลึง คิดไม่ถึงว่าคำขอของเธอจะเป็นการช่วงชิงโอกาสศึกษาให้กับบรรดาพี่ชายของตน
เธอทุ่มเทแรงกายแรงใจให้กับบรรดาพี่ชายของเธอจริงๆ
“พวกเขาเป็นคนของตระกูล ย่อมต้องเข้าไปเลือกตำราทักษะวิญญาณในหอหนังสือสะสมได้อยู่แล้วสิ” ซือหม่าไท่พูด “พูดถึงทักษะวิญญาณ ตำราเคล็ดแยกอัคคีพิโรธยังอยู่กับเจ้าหรือไม่”
“เปล่า หลังจากข้ากลับมาก็คืนให้ท่านปู่ไปแล้วล่ะ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “ในเมื่อเจรจากกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ข้าขอตัวกลับก่อนละนะ ใช่แล้ว ข้าไม่ชอบได้ยินผู้อื่นพูดถึงเรื่องของข้า หากได้ยินเข้าก็จะโกรธมาก”
พอพูดจบเธอก็ทำความเคารพคนด้านบนก่อนจะถอยออกไป
“เจ้าเด็กนี่ ถึงกับกล้าข่มขู่ข้าด้วย” ซือหม่าไท่พูดอย่างโมโห แต่ทุกคนต่างก็ดูออกว่าในแววตาเขาไม่มีความโกรธเจืออยู่เลย
“ปกติแล้วโยวเย่ว์ชอบอยู่อย่างสันโดษ ถ้าหากพูดเรื่องของเขาออกไป ไม่แน่ว่าเขาอาจจะโกรธเข้าจริงๆ ก็เป็นได้” ซือหม่าโยวฉิงพูด
“พลังยุทธ์กล้าแกร่ง แต่กลับไม่หยิ่งยโส มั่นคงและมีความเป็นผู้ใหญ่