ปเป็นโปร่งแสงอีกครั้ง เขาเอ่ยว่า “นี่คืออาวุธที่ข้าหลอมขึ้นมาเองกับมือก่อนตาย มันถูกทำลายในสงครามนั่น คิดไม่ถึงว่าผ่านมานานปีถึงเพียงนี้แล้วจะยังได้เห็นมันอีกครั้ง”
ซือหม่าโยวเย่ว์มองดูกระบี่หักภายในหีบ ผ่านมาเนิ่นนานเช่นนี้แล้วกระบี่หักเล่มนี้ก็ยังคงมีไอสังหารอันแรงกล้าเช่นนี้อยู่ แล้วในตอนที่มันสมบูรณ์แบบ มิได้หักพังเช่นนี้ จะเป็นอาวุธที่น่ากลัวขนาดไหน
“นี่มิใช่ดินแดนบรรพบุรุษของตระกูลซือหม่าหรอกหรือ ท่านเป็นเผ่ามารแล้วอาวุธของท่านมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรกัน” ซือหม่าโยวเย่ว์ไม่เข้าใจ
“ข้าก็ไม่เคยบอกว่าข้าทำตกอยู่ในภพมารเสียหน่อย” หมัวซาพูด “บางทีอาจจะมีใครเก็บมันได้จากในสงครามนั่น หลังจากนั้นจึงพลัดมาอยู่ที่นี่กระมัง”
เสียงของหมัวซาเจือความเจ็บปวดอยู่บ้าง หลังจากพูดจบแล้วเขาก็กลับเข้าไปอยู่ในสร้อยข้อมือ
ซือหม่าโยวเย่ว์มอบหีบให้กับเจ้าวิญญาณน้อยพร้อมกับกำชับให้มันเก็บรักษาเอาไว้ให้ดี อย่าให้ผู้ใดล่วงรู้เป็นอันขาด หลังจากนั้นจึงหยิบตำราบนพื้นขึ้นมา
“ผสานร่างหรือ นี่มันตำราอะไรกัน”
ซือหม่าโยวเย่ว์พลิกตำราดูรอบหนึ่ง พออ่านส่วนแนะนำตำราที่ด้านหน้าแล้วก็มีความสุขจนเธอแทบจะจุมพิตตำราเล่มนั้นสักสองที
“มีตำราที่ยอดเยี่ยมแบบนี้อยู่ด้วย ถูกฝังอยู่ที่นี่มาเนิ่นนานขนาดนี้ เสียของจริงๆ เลย!” ซือหม่าโยวเย่ว์พูดพลางยิ้มตาหยี “แต่ถ้าหากมิได้เป็นอย่างนี้ กลัวว่าฉันจะไม่ได้แกมาครอบครองแล้วน่ะสิ”
ตำรา