ิบๆ แล้วล่ะ!” จิ้งจอกห้าหางตัวหนึ่งตะเบ็งเสียงพร้อมรอยยิ้มกว้าง
“สัตว์อสูรเทพมากมายเหลือเกิน!” ซือหม่าโยวหยางรู้สึกว่าตนเองได้รับความตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง แววตาที่มองซือหม่าโยวเย่ว์แทบจะถลนออกมาอยู่แล้ว
ซือหม่าโยวหลินเองก็ตกใจเช่นกัน คิดไม่ถึงว่านอกจากเธอจะมีสัตว์อสูรเทพเป็นของตัวเองถึงสี่ตัวและสัตว์อสูรวิเศษที่ไม่รู้ระดับขั้นอีกตัวหนึ่งแล้ว จะยังมีสัตว์อสูรเทพอยู่มากมายถึงเพียงนี้อีก!
เหล่านกยักษ์เห็นอีกฝ่ายมีสัตว์อสูรเทพห้าหกตัวโผล่มาในพริบตา ระดับขั้นก็ยังพอๆ กันกับพวกมันอีกด้วย จึงตกตะลึงไปในทันใด มิน่าเธอจึงดูสงบถึงเพียงนี้ ที่แท้แล้วก็เพราะมีของดีจนไม่ต้องกลัวเกรงอะไรนี่เอง!
กลิ่นอายของเหยี่ยวดำเปลี่ยนกลายเป็นปั่นป่วนอย่างยิ่ง สถานการณ์เช่นนี้ออกจะอยู่นอกเหนือความคาดหมายของพวกมันอยู่บ้างจริงๆ คิดไม่ถึงว่ามนุษย์ตัวเล็กๆ ในสายตาของพวกเขาจะมีสัตว์อสูรเทพอยู่ในครอบครองมากถึงเพียงนี้ได้ พลังยุทธ์สูงกว่าพวกเขาไม่น้อยในชั่วพริบตา
“ถอย!” เหยี่ยวดำมิได้สูญเสียการควบคุมสติไป หลังจากชั่งน้ำหนักทั้งสองฝ่ายแล้วก็รีบตัดสินใจอย่างรวดเร็ว
“เอาหน่อยสิ ข้ายังไม่ทันได้ต่อตีจนพวกเจ้ายอมสวามิภักดิ์เลยนะ จะไปได้อย่างไรกัน” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
“ถึงแม้ว่าตอนนี้พวกเจ้าจะมีพลังมากกว่าพวกเรา แต่คิดจะจับพวกเราน่ะหรือ เรื่องนั้นย่อมเป็นไปไม่ได้หรอก!” ตอนนี้นกแร้งไม่ล้อเล่นอีกแล้ว กลับกลายเป็นเคร่งขรึมจริง