ซือหม่าโยวเย่ว์ถูกดูดเข้าไปภายในรัศมีสีขาว เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้งเธอและพี่ชายทั้งสี่ก็มายืนอยู่ ณ สถานที่อีกแห่งหนึ่งแล้ว
“ที่นี่คือ…ทุ่งหญ้าหรือ”
ทุกคนต่างมองดูทัศนียภาพเบื้องหน้าอย่างตกตะลึง ผืนหญ้าเขียวขจีไกลสุดลูกหูลูกตา หากมิใช่ทุ่งหญ้าแล้วคือสิ่งใดกันเล่า
“ที่นี่คือดินแดนบรรพบุรุษหรือ ไม่เห็นมีอะไรสักอย่างเลยนี่!” ซือหม่าโยวเล่อพูด
ซือหม่าโยวเย่ว์มองไปมาแล้วเอ่ยว่า “น่าจะใช่กระมัง จิ้งจอกเฒ่านั่นก็มิได้บอกว่าที่นี่มีรูปลักษณ์เป็นอย่างไร บอกแต่เพียงว่ามีโอกาสรออยู่มากมาย ย่อมต้องเป็นบริเวณกว้างใหญ่ไพศาลอยู่แล้วล่ะ”
“ที่นี่ไม่เห็นมีอะไรสักอย่างเลย แล้วพวกเราจะได้รับโอกาสและมรดกตกทอดได้อย่างไรกันเล่า!” ซือหม่าโยวเล่อพูด
“เดิมทีนี่ก็เป็นโอกาสที่พวกเราได้รับเพิ่มมาอยู่แล้ว ถ้าได้อะไรมาก็ดี แต่ถ้าไม่ได้ก็ถือว่าเป็นการเปิดโลกทัศน์ในดินแดนบรรพบุรุษก็แล้วกัน” ซือหม่าโยวหมิงมองดูด้วยความเข้าใจ
ซือหม่าโยวหรานก็พยักหน้าแล้วเอ่ยว่า “ในเมื่อท่านประมุขตระกูลก็บอกแล้วว่าในระยะหลังมานี้มรดกตกทอดน้อยลงเรื่อยๆ ข้าว่าข้าวของที่นี่ก็คงจะน้อยลงเรื่อยๆ แล้วล่ะ”
“ก็จริงอยู่” ซือหม่าโยวเล่อพยักหน้า เมื่อเห็นซือหม่าโยวเย่ว์มองไปรอบตัวอย่างสงสัยจึงเอ่ยถามว่า “โยวเย่ว์ เจ้ากำลังมองอะไรอยู่หรือ”
“ข้ากำลังคิดอยู่ว่าที่นี่คือด้านในของอาวุธวิญญาณชิ้นหนึ่งเหมือนกับเจดีย์วิญญาณหรือไม่” ซือหม่าโยวเย่ว์เอ่ยตอบ