สองวันให้หลัง ซือหม่าโยวหยางก็เข้ามาแจ้งให้พวกเขาไปยังเรือนหลัก บอกว่ากำลังจะไปที่ดินแดนบรรพบุรุษกันแล้ว
“เจ้ากำลังกินอะไรอยู่หรือ” เขามายังข้างกายซือหม่าโยวเย่ว์ เมื่อเห็นเธอกำลังกินอาหารอยู่จึงเอ่ยถามขึ้น
พอเขาเข้ามาในเรือนก็ได้กลิ่นอาหารก่อนแล้ว
ซือหม่าโยวเย่ว์เงยหน้าขึ้นมองเขาปราดหนึ่ง หลังจากนั้นก็ชี้ไปยังกับข้าวบนโต๊ะหินแล้วเอ่ยว่า “นี่คือจิ้งจอกผัดไฟแดง จิ้งจอกปรุงรส หัวจิ้งจอกนึ่งซีอิ๊ว ผัดเผ็ดขาจิ้งจอก เนื้อจิ้งจอกเส้น เนื้อจิ้งจอกตุ๋น เนื้อจิ้งจอกย่าง…”
ซือหม่าโยวหยางสีหน้าดำทะมึน เจ้าเด็กนี่มีความแค้นกับจิ้งจอกหรืออย่างไร
ซือหม่าโยวเย่ว์แนะนำจบแล้วจึงเงยหน้าขึ้นถามว่า “ท่านจะกินหรือไม่”
พอพูดจบแล้วเธอยังคีบขาจิ้งจอกขาหนึ่งส่งให้เขาอีกด้วย
ซือหม่าโยวหยางรับขาจิ้งจอกมากัดคำหนึ่ง ด้านนอกเกรียม ด้านในนุ่ม ทั้งหอมทั้งเผ็ด พูดได้เต็มปากว่าอร่อย
พวกซือหม่าโยวหมิงออกมาจากเรือนก็เห็นซือหม่าโยวหยางกินอย่างมีความสุขอยู่จึงพูดยิ้มๆ ว่า “อาหารที่โยวเย่ว์ทำรสชาติไม่เลวเลยกระมัง”
“อื้อๆ อร่อยมาก!” ซือหม่าโยวหยางพูดพลางพยักหน้า
ซือหม่าโยวเย่ว์แววตาวูบไหวพลางเอ่ยว่า “ในเมื่อเอร็ดอร่อยถึงเพียงนี้ ท่านก็เอาอาหารพวกนี้ไปให้ท่านประมุขตระกูลกินด้วยไม่ดีหรือ หลายวันมานี้ข้ากินแต่จิ้งจอกทุกวัน ชักจะเลี่ยนเสียแล้วสิ ท่านประมุขตระกูลอนุญาตให้พวกเราเข้าไปในดินแดนบรรพบุรุษทั้งที ข้าก็ต้องขอบคุณเขาใ