ห้ดีๆ เสียหน่อย”
ซือหม่าโยวหยางพยักหน้าแล้วเอ่ยว่า “ดีเลย ข้าเอาไปก่อนนะ พรุ่งนี้พวกเจ้าอย่าลืมไปเจอกันที่เรือนหลักให้เช้าหน่อยล่ะ”
“ได้สิ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูดพลางยิ้มตาหยีแล้วมองดูซือหม่าโยวหยางเก็บเนื้อจิ้งจอกทั้งโต๊ะเข้าไปในแหวนเก็บวัตถุก่อนจะจากไป
“ฮ่าๆๆ…” เธอตบโต๊ะแล้วหัวเราะอย่างมีความสุขล้นเหลือ
ซือหม่าโยวหมิงส่ายหน้าแล้วเอ่ยว่า “เจ้านี่มัน…”
หลายวันก่อนหน้านี้ซือหม่าโยวหยางออกไปข้างนอก เพิ่งจะกลับมาเมื่อสองวันก่อน พอกลับมาแล้วได้ยินว่าท่านปู่ของตนได้รับการช่วยชีวิต และผู้ที่ช่วยก็คือซือหม่าโยวเย่ว์ เขาจึงมีความซาบซึ้งในตัวเธอเป็นอย่างยิ่ง
“เจ้าเด็กนี่ ช่างกล้าทำได้ทุกอย่างจริงๆ!” เขาเป็นหลานในไส้ของซือหม่าไท่ แล้วจะไม่รู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นระหว่างท่านปู่กับเธอได้อย่างไรกัน
เมื่อนึกถึงเนื้อจิ้งจอกเต็มโต๊ะในแหวนของตนขึ้นมาได้ เขาก็อยากเห็นสีหน้าท่านปู่หลังจากได้เห็นอาหารเหล่านั้นจริงๆ
“ท่านปู่” เขามายังห้องหนังสือของซือหม่าไท่ ในขณะนั้นมีเขาอยู่เพียงคนเดียวพอดี
“ไปแจ้งพวกเขาแล้วใช่หรือไม่” ซือหม่าไท่ถามโดยไม่เงยหน้าขึ้นมามองเลยด้วยซ้ำ
“อื้ม บอกพวกเขาแล้วล่ะ” ซือหม่าโยวหยางพูด “ข้ายังนำของดีมาจากที่นั่นด้วยนะ โยวเย่ว์บอกว่าเพื่อเป็นเกียรติแก่ท่านน่ะ”
“หืม” ซือหม่าไท่เงยหน้าขึ้นมองเขา เมื่อเห็นแววยิ้มในดวงตาเขาก็รู้แล้วว่าต้องมิใช่เรื่องดีแต่อย่างใด
ซือหม่าโยวหยางเดินเข้าไปแล้ว