โบกมือคราหนึ่ง อาหารอันโอชะก็ปรากฏขึ้นเต็มโต๊ะหนังสืออันกว้างใหญ่ ภายในห้องอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของเนื้อในทันใด
“นี่เป็นฝีมือของโยวเย่ว์ บอกว่าเป็นการขอบคุณที่ท่านให้พวกเขาเข้าไปยังดินแดนบรรพบุรุษ จึงให้ข้านำมาให้ท่านลิ้มรส” ซือหม่าโยวหยางพูดยิ้มๆ
“สิ่งเหล่านี้คืออะไรหรือ”
ซือหม่าโยวหยางอธิบายทีละอย่าง “นี่คือจิ้งจอกผัดไฟแดง จิ้งจอกปรุงรส หัวจิ้งจอกนึ่งซีอิ๊ว ผัดเผ็ดขาจิ้งจอก เนื้อจิ้งจอกเส้น เนื้อจิ้งจอกตุ๋น เนื้อจิ้งจอกย่าง…”
ซือหม่าไท่มุมปากกระตุกเล็กน้อย ซึ่งมิอาจเล็ดลอดสายตาของซือหม่าโยวหยางไปได้ เขาขำกลิ้งอยู่ในใจ แต่กลับมิกล้าแสดงสีหน้าออกมา
ซือหม่าไท่หยิบขาจิ้งจอกขึ้นมากัดคำหนึ่ง “เจ้าไปบอกเขาทีว่ารสชาติไม่เลวเลย แต่น่าเสียดายที่จิ้งจอกมันแก่เกินไป ส่งผลกระทบต่อรสชาติ น่าจะเปลี่ยนเป็นจิ้งจอกน้อยมาแทน”
ซือหม่าโยวเย่ว์ได้ฟังคำพูดที่ซือหม่าโยวหยางนำมาถ่ายทอดแล้ว มือที่กำลังสับเนื้อจิ้งจอกอยู่ก็หยุดชะงักลง จากนั้นจึงเอ่ยว่า “ลูกชิ้นเนื้อจิ้งจอกของข้าในคราวนี้จะต้องทำให้เขามิอาจพูดว่าเนื้อจิ้งจอกแก่ได้อีกต่อไป!”
พอพูดจบเธอก็สับเนื้ออย่างดุเดือด
ซือหม่าโยวหยางมองเธออย่างตลกขบขัน มีความสุขกับการเป็นผู้ส่งสารระหว่างพวกเขาเป็นอย่างยิ่ง
จิ้งจอกเฒ่ากับจิ้งจอกน้อย เขาเพิ่งเคยเห็นว่ามีคนกล้าตาต่อตาฟันต่อฟันกับท่านปู่ของตนเช่นนี้เป็นครั้งแรก!
พอทำลูกชิ้นเนื้อเสร็จแล้ว ซือหม่าโยวหยางชิมดูจำ