าน แล้วยังมีซือหม่าโยวฉีกับซือหม่าโยวฉิงด้วย!”
“เหตุใดพวกเขาจึงถูกสัตว์อสูรวิเศษฝูงหนึ่งไล่ตามเล่า”
“สัตว์อสูรวิเศษพวกนั้น… ให้ตายเถอะ ล้วนเป็นสัตว์อสูรเทพทั้งสิ้น!”
“รีบขึ้นไปบนหลังเจ้าวิหคน้อยเร็วเข้า” ซือหม่าโยวเย่ว์สีหน้าเคร่งขรึม สัตว์อสูรเทพมากมายถึงเพียงนี้ พวกเขามิอาจหลับหูหลับตาสู้ได้
เธอตะโกนเรียกพวกซือหม่าโยวหลิน ซือหม่าโยวหลินเห็นพวกเขาแล้วจึงเอ่ยว่า “ฝืนกันอีกหน่อยนะ ไปทางพวกโยวเย่ว์เร็วเข้า!”
เดิมทีพวกซือหม่าโยวหลานนั้นสิ้นไร้กำลังกันไปหมดแล้ว เมื่อเห็นเจ้าวิหคน้อย จึงวิ่งเข้ามาด้วยพละกำลังเฮือกสุดท้าย
เจ้าวิหคน้อยรอให้พวกเขาขึ้นมากันหมดแล้วจึงค่อยสยายปีกบินออกไป ทิ้งสัตว์อสูรเทพเหล่านั้นให้มองตามอย่างสิ้นหวัง
ซือหม่าโยวหยางนอนแผ่หลาบนหลังเจ้าวิหคน้อยแล้วเอ่ยว่า “การมีสัตว์อสูรบินได้ช่างดีเสียจริง บินในสถานที่เช่นนี้ได้ด้วย พอกลับไปแล้วข้าจะหามาบ้างสักตัวหนึ่ง”
“เมื่อครู่นี้ข้าก้าวขาวิ่งไม่ออกแล้ว ถ้าหากมิได้พบพวกเจ้า พวกเราก็คงตกอยู่ในอันตรายแล้วล่ะ” ซือหม่าโยวฉิงพูดอย่างซาบซึ้ง
“พวกเจ้าไปเจอกับสัตว์อสูรเทพเหล่านั้นเข้าได้อย่างไรกัน” ซือหม่าโยวฉีถาม
“พวกเราไปพบเสียที่ไหนเล่า” ซือหม่าโยวฉิงทอดถอนใจแล้วเอ่ยว่า “ตอนพวกเราสี่คนมาถึงก็ตกลงไปกลางฝูงพวกมันพอดี ไม่ต้องพูดถึงเลยว่าน่าอนาถแค่ไหน!”
ซือหม่าโยวเย่ว์หัวเราะแล้วเอ่ยว่า “พวกเจ้าสี่คนเรียกได้ว่าเป็นผู้โดดเด่นในรุ่นเย