ับไปยังเรือนพักของซือหม่าจวิ้น
ขณะนี้อดีตประมุขตระกูลคล้ายกับคนครึ่งเป็นครึ่งตาย ซือหม่าโยวเย่ว์จะต้องปลุกสติรับรู้ของเขาขึ้นมา มิฉะนั้นก็จะหลับใหลไปตลอดกาล
แต่ตอนนี้เธอเหน็ดเหนื่อยเกินไป จำเป็นจะต้องพักผ่อน มิฉะนั้นยังไม่ทันจะปลุกอีกฝ่ายขึ้นมาได้ ตนเองก็คงจะล้มพับไปเสียก่อนแล้ว
ตลอดสองวันที่เธอฟื้นฟูพลังจิต ซือหม่าโยวหลินและซือหม่าโยวหลานก็คอยสร้างค่ายกลป้องกันอารักขาเธออยู่ตลอด พร้อมกับปกป้องอดีตประมุขตระกูลไปด้วย
ถ้าหากซือหม่าหลินส่งยอดฝีมือมา เช่นนั้นข่าวที่เขายังมีชีวิตอยู่ก็อาจรั่วไหลออกไปได้ แต่การส่งคนรุ่นเยาว์มากลับไม่เป็นการดึงดูดความสนใจของผู้อื่น
ซือหม่าโยวเย่ว์ลืมตาขึ้นมาก็เห็นพวกซือหม่าโยวหลาน เธอสะดุ้งแล้วเอ่ยถามว่า “พวกเจ้ามาทำไมกัน”
“มาอารักขาเจ้าน่ะสิ!” ซือหม่าโยวหลานพูด “แล้วจะได้เห็นว่าเจ้าจะช่วยปลุกท่านปู่ใหญ่ขึ้นมาได้อย่างไรด้วย”
ซือหม่าโยวเย่ว์ลงมาจากเตียง ซือหม่าไท่นอนอยู่ที่ฝั่งด้านในของเธอ
“ท่านประมุขตระกูลส่งพวกเจ้ามาคุ้มกันพวกเรา ถึงจะวางใจได้จริงๆ สินะ!” ซือหม่าโยวเย่ว์พูดพลางสวมรองเท้าไปด้วย
“ท่านปู่รู้ดีอยู่แล้วว่าเจ้าไม่ต้องการการอารักขา!” ซือหม่าโยวหลานพูดพลางหัวเราะ
ซือหม่าโยวเย่ว์กลอกตาใส่นางแล้วหยิบเตาหลอมยาออกมา ก่อนจะทำการกลั่นตัวยาเหลวออกมาจากหญ้าจันทร์รำเพยและดอกกระบองเพชรอัสดง รวมทั้งเครื่องยาอีกสิบกว่าอย่างพร้อมกัน หลังจากนั้นจึงเติมน้ำผึ้ง