นเดินอากาศ ทำให้สัตว์อสูรวิเศษมาที่นี่น้อยลงไปอีก ก็มีแค่ผึ้งอย่างพวกเราที่มาที่นี่ตอนเก็บน้ำผึ้งเท่านั้น”
“ข้าเห็นว่าเกาะอื่นล้วนเหาะเหินเดินอากาศได้หมด แล้วเหตุใดที่นี่จึงทำมิได้เล่า” ซือหม่าโยวเย่ว์ถาม
“ไม่รู้สิ ท่านนางพญาเคยบอกว่าบนเกาะมีสิ่งมีชีวิตที่น่าหวาดหวั่นอยู่ ดูเหมือนว่าเป็นเพราะมันนี่แหละที่ทำให้มิอาจเหาะเหินเดินอากาศได้” ผึ้งน้ำตาลพูดพลางกระพือปีก
“สิ่งมีชีวิตที่น่าหวาดหวั่นหรือ นางพญาผึ้งแดงมิได้บอกหรอกหรือว่าคือสิ่งใด” ซือหม่าโยวเย่ว์มองซือหม่าโยวหลินแล้วเล่าสิ่งที่ผึ้งน้ำตาลบอกให้เขาฟัง ดูจากท่าทีของเขาแล้วก็คงจะไม่รู้เรื่องนี้เช่นเดียวกัน
“เปล่าเลย นางพญาแค่บอกให้พวกเราอย่าบินกันพร่ำเพรื่อ แค่เก็บน้ำผึ้งอย่างปลอดภัยก็พอแล้ว” ผึ้งน้ำตาลพูด
“เอาละ ข้าเข้าใจแล้ว เจ้ากลับไปก่อนเถิด” ซือหม่าโยวเย่ว์เก็บผึ้งน้ำตาลกลับเข้าไปแล้วเอ่ยว่า “พวกเราเริ่มต้นเก็บสมุนไพรกันดีกว่านะ”
เธอมอบหีบหยกใบหนึ่งให้กับซือหม่าโยวหลินแล้วเอ่ยว่า “ข้าเก็บหญ้าจันทร์รำเพยเอง เจ้าไปเด็ดดอกกระบองเพชรอัสดงนั้นมาใส่ในหีบนี้เสีย”
ซือหม่าโยวหลินพยักหน้าแล้วรับหีบมาก่อนจะเดินมุ่งหน้าไปยังหน้าผาแห่งนั้น
ซือหม่าโยวเย่ว์คุกเข่าลงไปแล้วหยิบพลั่วอันเล็กออกมาเริ่มต้นขุดหญ้าจันทร์รำเพย
ที่นี่มีต้นที่อายุมากอยู่มากมาย ทำให้เธอสุขใจเป็นอย่างยิ่ง
“เครื่องยาภายในเจดีย์วิญญาณมิได้มีอย่างไร้ที่สิ้นสุด จะต้องเก็บจา