กที่นี่ให้ดีๆ ล่ะ ไม่อย่างนั้นหากต้องใช้ขึ้นมาในภายหน้าก็อาจไม่มีแล้ว”
เพียงไม่นานซือหม่าโยวหลินก็ยกหีบกลับมาแล้วช่วยซือหม่าโยวเย่ว์ขุดหญ้าจันทร์รำเพย
หลังจากทั้งสองช่วยกันกวาดทุกอย่างจนเสร็จแล้วจึงขี่หลังเจ้าวิหคน้อยมุ่งหน้ากลับ ทันใดนั้นเธอก็สัมผัสได้ว่ามีกลิ่นอายอันน่าหวาดหวั่นขุมหนึ่งพุ่งขึ้นมาจากเบื้องล่างของเกาะ ในขณะเดียวกันนั้นทั้งสัตว์ปีกและสัตว์เดินเท้าบนเกาะต่างพากันวิ่งหนีชุลมุน บรรดานกต่างพากันบินถลาขึ้นสู่กลางอากาศ
ซือหม่าโยวเย่ว์และซือหม่าโยวหลินประสานสายตากันปราดหนึ่งแล้วให้เจ้าวิหคน้อยเร่งความเร็วสูงสุด เพียงไม่นานก็กลับมาถึงค่ายพัก
“คุณชาย พวกท่านกลับมากันเสียที” เมื่อผู้อาวุโสใหญ่เห็นพวกเขากลับมาแล้วจึงค่อยคลายใจลง
“เกิดเรื่องอันใดขึ้นหรือ เหตุใดสัตว์อสูรวิเศษเหล่านั้นจึงหนีกันชุลมุนเลยเล่า” มีคนถาม
“ข้าสัมผัสถึงกลิ่นอายอันตรายขุมหนึ่งได้ พวกเรารีบไปจากที่นี่กันดีกว่า ข้าสังหรณ์ใจว่าถ้าหากยังไม่ไป อาจมีอันตรายเกิดขึ้นได้” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
“แต่หญ้าจันทร์รำเพยกับดอกกระบองเพชรอัสดง…”
“พวกเราเก็บกันมาเรียบร้อยหมดแล้ว ตอนนี้มิอาจชักช้าได้ ขึ้นมาบนหลังเจ้าวิหคน้อยไปจากที่นี่กันดีกว่า” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
ผู้อาวุโสใหญ่มองซือหม่าโยวหลินปราดหนึ่ง เมื่อเห็นเขาพยักหน้าด้วย จึงเอ่ยว่า “ขึ้นไปบนหลังสัตว์อสูรเทพกันก่อน พวกเราจะกลับไปที่เรือเดี๋ยวนี้”
ทหารยามต่างก็สัมผัสถึงกลิ