่นอายอันน่าหวาดหวั่นขุมนั้นได้ จึงพากันกระโดดขึ้นไปบนหลังเจ้าวิหคน้อย ปีกอันมโหฬารของเจ้าวิหคน้อยขยับคราหนึ่งก็พาตัวทุกคนบินทะยานไปยังบริเวณที่เรือจอดทอดสมออยู่
สัตว์อสูรวิเศษบินได้จำนวนมากต่างก็สัมผัสได้ถึงอันตราย จึงพากันขยับปีกบินหนีไปตัวแล้วตัวเล่า แต่ความเร็วไม่มากพอ จึงถูกเจ้าวิหคน้อยทิ้งเอาไว้เบื้องหลัง
พวกเขาบินมาถึงริมทะเล ก็เห็นเรือที่จอดอยู่ริมอ่าว
“มีบางอย่างผิดปกติ!” ซือหม่าโยวเย่ว์เห็นสัตว์อสูรวิเศษบินได้ที่อยู่เบื้องหน้าดูเหมือนจะไม่ขยับ จึงเอ่ยขึ้น
“เจ้านาย เบื้องหน้ามีบางอย่างขวางเอาไว้ ข้าออกไปไม่ได้” เจ้าวิหคน้อยพูด
ซือหม่าโยวเย่ว์รวบรวมปราณวิญญาณแล้วซัดออกไป การโจมตีของเธอดูเหมือนจะปะทะกับบางสิ่งบางอย่างก่อนจะหายลับไปอย่างไร้ร่องรอย
เมื่อเห็นเช่นนี้ ทุกคนจึงพากันตกใจจนหน้าถอดสี
“ข้าเอง!” ผู้อาวุโสใหญ่ตะโกนเสียงดังแล้วรวบรวมปราณวิญญาณโจมตีใส่ ปรากฏว่าผลลัพธ์ก็คือหายไปอย่างไร้ร่องรอยเช่นเดียวกัน
“นี่มันสถานการณ์อันใดกัน” มีคนตะโกนเสียงดัง
ซือหม่าโยวเย่ว์ให้เจ้าวิหคน้อยร่อนลงสู่พื้น เธอมองดูสิ่งกีดขวางอันไร้รูปร่างแล้วเรียกเจ้าคำรามน้อยออกมาก่อนจะโยนมันออกไปพลางพูดว่า “เจ้าไปลองดูหน่อยสิ”
“โอ๊ยๆ เย่ว์เย่ว์ ทำบ้าอะไรของเจ้าน่ะ!” เจ้าคำรามน้อยที่เพิ่งออกมา ยังไม่รู้เรื่องรู้ราวร้องโอดโอย
“พวกเราถูกบางสิ่งบางอย่างขังเอาไว้ในนี้ เจ้าไปลองดูหน่อยสิว่าเจ้าพอจะมีวิธีอะไรบ