เช้าวันรุ่งขึ้น เมื่อพวกเขาเตรียมตัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว ผู้อาวุโสใหญ่ก็แบ่งคนออกเป็นสามกลุ่ม ให้ทุกคนแยกกันเสาะหา
ก่อนแยกจากกัน ซือหม่าโยวเย่ว์ได้วาดรูปหญ้าจันทร์รำเพยและดอกกระบองเพชรอัสดงออกมา และบอกลักษณะพิเศษของผึ้งน้ำตาลให้ทุกคนทราบ และให้พวกเขาส่งคนมารายงานหากพบร่องรอย
คนทั้งสามกลุ่มแยกย้ายกันไปตามหา ซือหม่าโยวเย่ว์ ซือหม่าโยวหลานและซือหม่าโยวหลินอยู่กับผู้อาวุโสใหญ่ ส่วนจวินหลินก็เข้ามาร่วมด้วย นอกเหนือจากนั้นยังมีทหารยามสี่ห้าคนร่วมกลุ่มอยู่ด้วย
พวกเขาเดินมาได้ไม่ไกลเท่าใด ก็ได้ยินเสียงสวบสาบดังขึ้น
“มีความเคลื่อนไหว!” ผู้อาวุโสใหญ่หยุดลงแล้วมองไปยังเบื้องหน้าพลางเอ่ยว่า ”คุณชาย ท่านจัดการเพียงคนเดียวได้หรือไม่”
ซือหม่าโยวหลินหลับตาลงรับสัมผัสครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าแล้วเอ่ยว่า “ได้สิ”
จากนั้นคนอื่นๆ ต่างก็ยืนอยู่ที่เดิมไม่ขยับเขยื้อน ซือหม่าโยวหลินตรงไปข้างหน้าเพียงคนเดียว เขารวบรวมปราณวิญญาณซัดออกไปเบื้องหน้า แสงสว่างวาบปรากฏขึ้นภายในกอหญ้าที่สูงกว่าความสูงมนุษย์ในทันใด
“จระเข้ยักษ์เขียว!” ทหารยามเห็นรูปลักษณ์ของสัตว์อสูรวิเศษแล้วจึงร้องอุทานอย่างตกใจ “มีมากมายเสียด้วย!”
ซือหม่าโยวเย่ว์มองปราดหนึ่ง จระเข้เหล่านี้มิได้มีระดับขั้นสูงมากนัก ถึงแม้จะมีจำนวนไม่น้อย แต่ก็มิได้เป็นอันตรายมากจนเกินไปนัก
ซือหม่าโยวหลินคนเดียวก็จัดการกับจระเข้ไปสิบกว่าตัว เงาร่างพลิกพลิ้วอยู่ท่ามกลางฝ