“นายน้อยแห่งหอเซวียนหยวนอย่างนั้นหรือ แล้วเขามาที่นี่คนเดียวได้อย่างไรกัน” ซือหม่าโยวเย่ว์มองคนที่ถูกฝูงหมาป่าไล่ตามพลางถามขึ้น
“เจ้าคนผู้นี้วิ่งวุ่นไปทั่วอยู่เสมอ แม้กระทั่งคนของหอเซวียนหยวนก็ยังไม่รู้ร่องรอยของเขาเลย ช่วงนี้เขาก็ไม่ได้ปรากฏตัวมานานแล้ว คิดไม่ถึงว่าเขาจะมาอยู่ที่นี่ได้” ซือหม่าโยวหลินพูด
จวินหลินวิ่งตรงมาหาซือหม่าโยวหลินพลางส่งเสียงเห่าหอนบรู๊วๆ มาจนถึงตรงหน้าพวกเขาแล้วจึงหยุดลง ก่อนจะตรึงคอเขาเอาไว้พลางเอ่ยว่า “สหายโยวหลิน มาพบพวกเจ้าเข้าที่นี่ได้ พวกเราช่างมีชะตาต้องกันเสียจริงเชียว! พวกเจ้าคงจะนั่งเรือมากันสินะ ตอนกลับก็พาข้าไปด้วยสิ! ข้าอยู่ที่สถานที่ระยำนี่มาครึ่งปีแล้ว หากยังไม่กลับไปอีกก็คงกลายเป็นคนป่าไปแล้วล่ะ!”
“พรืด…”
ซือหม่าโยวเย่ว์มองจวินหลินที่กระตือรือร้นจนเกินพอดี แล้วมองซือหม่าโยวหลินที่สีหน้าไม่สงบเลยแม้แต่น้อย ก่อนจะหัวเราะออกมาในทันใด
จวินหลินมองซือหม่าโยวเย่ว์แล้วพบว่าเธอมิใช่คนตระกูลซือหม่าที่ตนเคยพบเจอมาก่อนเลย จึงถามว่า “เอ๊ะ… น้องชาย เจ้าใช่คนตระกูลซือหม่าหรือไม่ ไม่เคยพบกันมาก่อนเลยนี่!”
“ข้าเพิ่งกลับมายังตระกูลซือหม่าน่ะ” ซือหม่าโยวเย่ว์เอ่ยตอบ
“ที่แท้เป็นเช่นนี้เอง ข้าก็ว่าอยู่ว่าไม่เคยเห็นเจ้าเลย! แล้วเจ้ามาอยู่กับเจ้าหมาป่าใจดำนี่ได้อย่างไรกัน ระวังจะถูกเขาทำร้ายเข้าล่ะ!” จวินหลินพูด
เอ่อ…
ตอนนี้ซือหม่าโยวเย่ว์เข้าใจแล้วว่าเหตุใดซือหม