ในการเดินทางต่อมา พวกเขาพบเจอกับสัตว์อสูรทะเลอีกหลายต่อหลายครั้ง ยิ่งเดินทางลึกเข้าไปในพื้นสมุทร ระดับขั้นของสัตว์อสูรทะเลก็ยิ่งสูงขึ้น ตอนที่ใกล้จะไปถึงเกาะอันเป็นจุดหมายนั้น แม้กระทั่งผู้อาวุโสอีกท่านหนึ่งก็ต้องลงมือด้วย
ผู้ที่ได้รับผลประโยชน์อย่างอู้ฟู่ที่สุดก็ยังคงเป็นซือหม่าโยวเย่ว์ คนทั่วไปหลังจากได้พบสัตว์อสูรทะเลแล้วอย่างมากที่สุดก็แค่ปลิดชีวิตพวกมัน หลังจากนั้นก็มองดูซากศพของพวกมันจมดิ่งลงสู่ก้นทะเล ส่วนเธอนั้นให้เจ้าวิหคน้อยจับสัตว์อสูรทะเลจำนวนไม่น้อยให้เธอแล้วเก็บเอาไว้ทำอาหารทีหลังทุกครั้ง
แน่นอนว่าพวกซือหม่าโยวหลินก็พลอยได้กินอาหารเลิศรสไปด้วย
“อีกครึ่งวันก็น่าจะถึงแล้วล่ะ” ซือหม่าโยวหลานกินเนื้อย่างพลางเอ่ยกับซือหม่าโยวเย่ว์
ซือหม่าโยวเย่ว์รู้สึกดีใจอย่างยิ่ง พวกเขาเดินทางกลางทะเลมากว่าครึ่งเดือนแล้ว ทุกวันล้วนเห็นเพียงแค่ พื้นสมุทรอันเวิ้งว้างไร้ขอบเขต พอนานเข้าแล้วความสดชื่นจึงเลือนหายไป
“พวกเราจะไปที่เกาะแห่งใดหรือ”
“เกาะลืมกังวล” ซือหม่าโยวหลานพูด “นั่นคือเกาะขนาดใหญ่ที่สุดที่พวกเราไปถึงได้ในตอนนี้ บนนั้นมีเครื่องยาล้ำค่าหายากอยู่มากมาย เพียงแต่มันมีอันตรายอย่างยิ่ง มีสัตว์อสูรเทพอยู่เป็นจำนวนมากเลยทีเดียว”
“มีหญ้าจันทร์รำเพยและดอกกระบองเพชรอัสดงหรือไม่” ซือหม่าโยวเย่ว์ถาม นี่เป็นสิ่งสำคัญที่สุด มิใช่เอาชีวิตมาทิ้งเปล่าๆ หรอกนะ!
ซือหม่าโยวหลานพยักหน้าแล้วเอ่ยว่า