“คนของหอเซวียนหยวนบอกว่าคนที่เคยเก็บหญ้าจันทร์รำเพยไปได้ ก็เก็บมาจากเกาะลืมกังวลนี่แหละ”
“เช่นนี้ก็ดี”
ครึ่งวันให้หลัง พวกเขาก็มาถึงยังเกาะลืมกังวลอันเป็นจุดหมาย
ซือหม่าโยวเย่ว์ยืนตกตะลึงปากอ้าตาค้างอยู่บนเกาะแล้วเอ่ยอย่างตะลึงงันว่า “ช่างเป็นเกาะที่ใหญ่โตเหลือเกิน นับว่าเป็นทวีปเล็กๆ แห่งหนึ่งได้เลยกระมัง!”
ผู้อาวุโสใหญ่ที่ยืนอยู่ข้างกายเธอเอ่ยว่า “เกาะแห่งนี้ไม่นับว่าใหญ่สำหรับพื้นสมุทรหรอก หากเดินทางไปต่อก็ยังมีเกาะที่ใหญ่โตมากกว่านี้อีก”
“แท้ที่จริงแล้วพื้นสมุทรกว้างใหญ่เพียงใดหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์ลอบชื่นชม
“ไม่มีผู้ใดหยั่งรู้” ผู้อาวุโสใหญ่พูด “แต่ไหนแต่ไรก็ไม่เคยมีใครเดินทางไปทั่วทั้งพื้นสมุทรมาก่อนเลย ไม่เพียงแต่จะอันตรายเท่านั้น หากแต่เวลาก็ยังไม่พออีกด้วย”
ซือหม่าโยวเย่ว์ตะลึงไป เวลาไม่พอ… นี่ต้องเป็นมหาสมุทรอันกว้างใหญ่สักเพียงใดกัน!
“สถานที่ใหญ่โตถึงเพียงนี้ การที่พวกเราจะหาหญ้าจันทร์รำเพยและดอกกระบองเพชรอัสดงพบ พูดย่อมง่ายกว่าทำอยู่แล้ว!” ทหารยามรำพึง
ซือหม่าโยวเย่ว์เองก็กำลังนึกถึงปัญหานี้อยู่เหมือนกัน
“อย่ากังวลใจไปเลย พวกเราได้พบผู้ที่เคยเก็บหญ้าจันทร์รำเพยมาได้ในตอนนั้น เขาวาดภาพร่างแผนที่เอาไว้ ทำสัญลักษณ์บริเวณที่เขาเก็บหญ้าจันทร์รำเพยได้เอาไว้ให้อย่างคร่าวๆ” ผู้อาวุโสใหญ่พูด “นอกจากนี้โยวหลานยังเคยดมกล่องเก็บหญ้าจันทร์รำเพยในตอนนั้นด้วย ถ้าหากพบแล้ว นางจะต้องค้นพ