บตำแหน่งที่มันอยู่ได้อย่างแน่นอน”
“แค่กๆๆ…”
ซือหม่าโยวเย่ว์ฟังวาจาของผู้อาวุโสใหญ่แล้วก็นึกถึงสิ่งที่ไม่ควรคิดขึ้นมาในทันที อยากหัวเราะแต่ก็ไม่สมควรหัวเราะออกมา จึงได้แต่กลั้นเอาไว้
ซือหม่าโยวหลานฟาดฝ่ามือใส่เธอทีหนึ่งพลางถลึงตาใส่เธออย่างแรง แสดงท่าทีโกรธเคือง
“ข้ายังไม่ทันได้พูดอะไรเลยนะ” ซือหม่าโยวเย่ว์อดหัวเราะออกมาไม่ได้
“เจ้ายังจะมาหัวเราะอีก!” ซือหม่าโยวหลานพุ่งเข้าใส่ซือหม่าโยวเย่ว์ในทันใด เธอจึงยกขาวิ่งหนี
ซือหม่าโยวหลินเห็นพวกเธอเล่นกันอย่างสนุกสนาน จึงเอ่ยขึ้นในทันใดว่า “มีคนอยู่ที่นี่”
ซือหม่าโยวเย่ว์และซือหม่าโยวหลานหยุดฝีเท้าลง ทุกคนมองซือหม่าโยวหลินพลางเอ่ยถามว่า “ที่นี่มีคนอยู่หรือ”
ซือหม่าโยวหลินเดินตรงไปยังก้อนหินใหญ่ก้อนหนึ่ง ซือหม่าโยวเย่ว์และซือหม่าโยวหลานก็เข้าไปด้วย เห็นด้านหลังของก้อนหินมีฟืนที่เผาไหม้ไปแล้วอยู่กองหนึ่ง ทั้งยังมีเสื้อผ้าขาดวิ่นอีกจำนวนหนึ่ง ดูจากคราบเลือดบนนั้นน่าจะไม่เกินสองสามวันที่แล้ว
“มีคนอยู่จริงๆ ด้วย ไม่รู้ว่าเป็นใครกัน” ซือหม่าโยวหลานพูด
“ดูท่าทางเหมือนจะมีเพียงคนเดียว ไม่รู้ว่าใครกันที่อาจหาญถึงขนาดกล้ามาใช้ชีวิตอยู่บนเกาะแห่งนี้คนเดียว” ซือหม่าโยวหลินพูด
“ไม่แน่ว่าพวกเราอาจได้พบเขาก็ได้นะ!” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
“ก็ไม่แน่นักหรอก” ซือหม่าโยวหลานพูด “พอถึงเวลานั้น ข้าจะต้องเห็นผู้วิเศษที่กล้าใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ตัวคนเดียวให้ได้!”
“ไปกันเ