ถิด ผู้อาวุโสใหญ่จัดการเรียบร้อยแล้ว”
พวกซือหม่าโยวเย่ว์กลับไปแล้วเล่าสิ่งที่ได้พบเห็นมาให้ผู้อาวุโสใหญ่ฟัง ผู้อาวุโสใหญ่เงียบงันไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยว่า “บางทีอาจจะมีคนอยู่ที่เกาะแห่งนี้ ถ้าหากพบเขาค่อยมาดูกันว่าเขาต้องการจะไปจากที่นี่พร้อมกันกับพวกเราหรือไม่ก็แล้วกัน”
“อื้ม”
“วันนี้ยังเช้าอยู่ พวกเราเดินเข้าไปดูด้านในกันดีกว่านะ” ผู้อาวุโสใหญ่พูด
พวกเขาเหลือทหารยามสิบคนเอาไว้คุ้มกันเรือ ส่วนคนที่เหลือต่างตามกันขึ้นไปบนเกาะ
ในตอนแรกนั้นสงบเป็นอย่างยิ่ง บางทีอาจเป็นเพราะยังอยู่ที่บริเวณรอบนอกของเกาะ จึงมิได้พบกับสัตว์อสูรทะเลครึ่งบกครึ่งน้ำมากสักเท่าใดนัก แต่ทุกคนก็มิได้คลายความระแวดระวังลงเลย
“วันนี้ตั้งค่ายที่นี่กันก่อนเถิด” ผู้อาวุโสใหญ่พูด
ที่นี่เป็นบริเวณช่องเขาแห่งหนึ่งซึ่งภูมิประเทศค่อนข้างกว้างโล่ง พอให้พวกเขาตั้งค่ายพักแรมกันได้
เหล่าทหารยามต่างลงมือกางกระโจม แม้กระทั่งซือหม่าโยวหลินและซือหม่าโยวหลานก็ยังลงมือด้วยตัวเอง ไม่มีความหยิ่งยโสของคุณชายคุณหนูอยู่เลย
ยามราตรีคืบคลานเข้ามาอย่างรวดเร็ว พวกเขานั่งสนทนากันอยู่รอบกองไฟเพื่อเป็นการฆ่าเวลา
“บรู๊ววว…”
เสียงหมาหอนเสียงหนึ่งดังมาจากบริเวณไกลๆ ทำให้ทุกคนตกใจจนผุดลุกขึ้นยืน
“ที่นี่มีสุนัขป่าอยู่ด้วยหรือขอรับ” ทหารยามเอ่ยปาก
“มิใช่หมาป่าหรอก เป็นเสียงมนุษย์ต่างหากเล่า” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
“เป็นเสียงมนุษย์จริงด้วย!” ทหารยามได้ฟั