งแล้ว เสียงหอนของหมาป่านี้ฟังดูไม่สมจริงเอาเสียเลย เหมือนเสียงคนกำลังหอนมากกว่า
“พวกเราต้องไปดูกันสักหน่อยหรือไม่” มีคนเอ่ยขึ้น
“คุณชายโยวหลิน พาคนไปดูหน่อยสิ” ผู้อาวุโสใหญ่พูด
“ได้” ซือหม่าโยวหลินพยักหน้าก่อนจะเรียกคนสามสี่คนไปด้วย
ซือหม่าโยวเย่ว์ที่อยู่ท่ามกลางกลุ่มคนมองซือหม่าโยวหลินอย่างไม่พอใจพลางเอ่ยว่า “พลังยุทธ์ของข้าต่ำต้อยถึงเพียงนี้แล้วจะเรียกข้าไปด้วยทำไมกัน!”
ซือหม่าโยวหลินหันมามองเธอแวบหนึ่งพลางพูดว่า “ข้าจะปกป้องเจ้าเอง!”
ซือหม่าโยวเย่ว์สะดุ้งทีหนึ่ง เจ้าคนผู้นี้บอกว่าจะปกป้องเธออย่างนั้นหรือ
นอกจากท่านปู่กับบรรดาพี่ๆ และพวกเว่ยจือฉีแล้ว ยังไม่เคยมีใครบอกว่าจะปกป้องเธอมาก่อนเลย
เมื่อเห็นซือหม่าโยวเย่ว์ตะลึงไป ซือหม่าโยวหลินเพียงแค่หันหน้าหนี มุมปากยกยิ้มน้อยๆ
เขาค้นพบแล้วว่ามิอาจฝืนเธอผู้นี้ได้ หากยิ่งกดดันเธอ เธอก็จะยิ่งต่อต้าน หากอยากจะอยู่ร่วมกันโดยดี ก็ได้แต่ใช้วิธีเช่นนี้เท่านั้น
แต่เมื่อเห็นปฏิกิริยาของเธอแล้ว… วิธีนี้ได้ผลจริงๆ เสียด้วย
เมื่อพวกเขามาถึงเนินเขาก็เห็นว่าภายในช่องเขาอีกแห่งหนึ่ง คนผู้หนึ่งกำลังถูกฝูงสัตว์อสูรทะเลครึ่งบกครึ่งน้ำไล่ตามอยู่ และกำลังวิ่งมาทางภูเขาลูกนี้อย่างบ้าคลั่ง
“เหตุใดเขาจึงไม่เหาะหนีสัตว์อสูรวิเศษเหล่านั้นขึ้นมาเสียเลยเล่า” ซือหม่าโยวเย่ว์ไม่เข้าใจ
“เกาะแห่งนี้มีข้อห้ามมิให้เหาะเหินเดินอากาศอยู่น่ะสิ” ซือหม่าโยวหลินเอ่ยตอบ เมื่