่าโยวหลินจึงไม่ชอบเขา ไม่ว่าใครที่ถูกเรียกว่าเป็นหมาป่าใจดำ ก็คงไม่ถูกใจสักเท่าใดนักกระมัง!
“น้องชาย เจ้าชื่ออะไรหรือ แล้วพวกเจ้ามาที่นี่กันทำไม” จวินหลินมายังข้างกายซือหม่าโยวเย่ว์แล้วถือวิสาสะโอบไหล่เธอพลางถามขึ้น
ซือหม่าโยวเย่ว์ปัดมือเขาทิ้งแล้วเอ่ยว่า “ข้าชื่อซือหม่าโยวเย่ว์ เจ้ามิใช่ประมุขหอน้อยแห่งหอเซวียนหยวนหรอกหรือ แล้วมาอยู่ที่นี่ตัวคนเดียวได้อย่างไรกัน”
เมื่อถูกถามถึงเรื่องนี้ รอยยิ้มบนใบหน้าของจวินหลินก็เลือนหายไปแล้วเอ่ยว่า “ข้าท้าพนันกับพวกเขาเอาไว้น่ะสิ เดิมพันก็คือมาใช้ชีวิตอยู่ที่นี่เพียงคนเดียวเป็นเวลาสามเดือน ผลปรากฏว่าเรือของข้าถูกสัตว์อสูรทะเลล่มไป อีกทั้งยังไม่มีสัตว์อสูรวิเศษบินได้อยู่ในครอบครอง ดังนั้นจึงได้แต่คอยอยู่ที่นี่ว่าจะมีใครผ่านทางมาแล้วให้ข้าติดเรือกลับไปด้วยได้หรือไม่ สามเดือนผ่านไป ในที่สุดข้าก็ได้พบมนุษย์เสียที”
“เจ้าใช้ชีวิตอยู่ที่นี่เพียงคนเดียวมาครึ่งปีแล้วอย่างนั้นหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์มองคนผู้นี้อย่างตกตะลึง
มิได้พูดกันว่าสถานที่แห่งนี้อันตรายมากหรอกหรือ เขาใช้ชีวิตอยู่ที่นี่เพียงคนเดียวมาครึ่งปี พลังยุทธ์ของเขาช่างแข็งแกร่งเหลือเกิน!
ซือหม่าโยวหลินคล้ายจะรับรู้ความคิดในใจเธอได้ จึงเอ่ยว่า “มิใช่ว่าพลังยุทธ์ของเขาแข็งแกร่งหรอก แต่เขามีทักษะในการเอาชีวิตรอดชั้นยอดต่างหากเล่า”
“มีทักษะในการเอาชีวิตรอดชั้นยอดหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์มองจวินหลิน ควา