ินเอ่ยขึ้นคล้ายกับรู้ว่าซือหม่าโยวเย่ว์กำลังคิดอะไรอยู่
ซือหม่าจวิ้นเห็นซือหม่าโยวเย่ว์ไม่สนใจเขา จึงถามอีกรอบหนึ่งว่า “พวกเราจะเริ่มเล่นกันเมื่อไหร่หรือ”
“ข้าจะสอนแกะสลักของเมื่อครู่ให้ก่อน พวกเราแกะสลักกันคนละอัน หลังจากนั้นท่านต้องให้ข้าจับชีพจรนะ ได้หรือไม่” ซือหม่าโยวเย่ว์ถาม “ไม่อย่างนั้นข้าจะไม่เล่นกับท่านเด็ดขาด”
“ได้สิ เจ้าสอนข้าเร็วเข้า!” ซือหม่าจวิ้นเอ่ยเร่ง
ซือหม่าโยวเย่ว์พาเขาไปยังศาลาพักร้อน ก่อนจะหยิบฟักทองลูกใหญ่ออกมาสองลูก แล้วแบ่งให้เขาลูกหนึ่ง หลังจากนั้นจึงเริ่มสอนเขาแกะสลัก
ผ่านไปครู่ใหญ่ ทั้งสองจึงแกะสลักฟักทองในมือได้สำเร็จ ซือหม่าจวิ้นมองดูผลงานที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงทั้งสองชิ้นแล้วเอ่ยว่า “เหตุใดของเจ้าจึงดูดีกว่าของข้ามากมายเหลือเกิน”
“ท่านแกะสลักสักหลายๆ ลูกก็สวยเองนั่นแหละ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “ตอนนี้ท่านยื่นมือออกมาก่อน ให้ข้าจับชีพจรท่านหน่อย”
ซือหม่าจวิ้นยื่นมือออกมา ยอมให้ซือหม่าโยวเย่ว์จับชีพจรให้เขา พลางพร่ำบ่นอย่างไม่พอใจว่า “พวกเขาเอาแต่หาคนมาบอกว่าจะรักษาอะไรให้ข้าก็ไม่รู้ ข้ามิได้ป่วยเสียหน่อ! ข้าว่าเสี่ยวหลินจื่อยังป่วยมากกว่าเสียอีก”
“พรืด…”
นอกจากซือหม่าหลินที่หน้าตาคร่ำเคร่งแล้ว คนอื่นๆ ในที่นั้นต่างพากันหัวเราะออกมา
ซือหม่าโยวเย่ว์มิได้หัวเราะ หากแต่จดจ่อกับการตรวจร่างกายให้ซือหม่าจวิ้น
“โยวเย่ว์ ท่านปู่เล็กเป็นเช่นไรบ้าง” ซือหม่าเลี่ยเห