งพวกเขาน่ะ” ท่านบรรพชนพูด
ซือหม่าหลินก็เอ่ยอธิบายว่า “ผนึกของตระกูลซือหม่าเรา มีเพียงพวกเราเท่านั้นที่จะคลายผนึกได้ ดังนั้นต่อให้เจ้าพาพวกเขาหนีไป ก็มิอาจทำให้พวกเขาฟื้นฟูพลังยุทธ์ได้อยู่ดี”
“พวกเจ้าหลอมแปรฤทธิ์ยาในร่างกายกันก่อนเถิด” ท่านบรรพชนพูด หลังจากนั้นจึงเอ่ยกับซือหม่าหลินว่า “เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ข้าฟังทีสิ โอย… ข้าแก่แล้ว เข้ามาคราวนี้ก็ต้องหลายปีอย่างแน่นอนเลยทีเดียว”
ซือหม่าหลินเริ่มต้นเล่าตั้งแต่ตอนไปที่อาณาจักรตงเฉินเมื่อสามปีก่อน ส่วนพวกซือหม่าเลี่ยก็ต้องปรับตัวกับความรู้สึกที่ได้ครอบครองปราณวิญญาณใหม่ หลังจากนั้นจึงโคจรปราณวิญญาณเพื่อเร่งยาวิเศษฟื้นฟูปราณให้ออกฤทธิ์
หลังจากเข้ามาแล้วเจ้าไก่ฟ้าก็มิได้เอ่ยวาจามาโดยตลอด ขณะนี้ก็ยังคงยืนเงียบๆ อยู่ มิใช่ว่าท่านบรรพชนไม่อยากให้ความสนใจเขา เพียงแต่พอเขาเข้ามาแล้วก็ทำตัวเหมือนว่าข้าไม่มีตัวตนอยู่ ท่านบรรพชนจึงไม่อยากลากเขาเข้ามาพูดคุยอะไรด้วย
ซือหม่าหลินเล่าเรื่องให้ฟัง พอจบแล้วท่านบรรพชนจึงเอ่ยว่า “ถึงแม้ว่าพวกเขาจะมีความผิด ก็ไม่เห็นจำเป็นจะต้องฆ่าพวกเขาเลยนี่ ถึงอย่างไรก็เป็นคนตระกูลเดียวกันนะ”
“ไม่ต้องเลย ข้าเป็นคนในครอบครัวเดียวกันกับท่านปู่และพวกพี่ๆ เท่านั้น มิได้ข้องเกี่ยวกับคนเหล่านั้นเสียหน่อย ถ้าหากท่านปู่ยอมกราบบรรพบุรุษ จึงจะนับรวมพวกท่านเป็นครอบครัว” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “แต่พวกท่านจัดว่าพวกท่านปู่เป็นคนทรยศ