เล่าว่าพวกเขาผ่านเวลาสามปีมาได้อย่างไร แล้วลอบชื่นชมอยู่ในใจว่ามิน่าเล่าเขาจึงก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็วเช่นนี้ ที่แท้ก็เป็นเพราะได้ฝึกประสบการณ์เฉียดตายมานี่เอง
เขาพาทุกคนมาถึงครึ่งทางขึ้นสู่ยอดเขา มีถ้ำแห่งหนึ่งปรากฏขึ้นท่ามกลางดงเถาวัลย์ เขาเดินก้มหัวนำเข้าไป
คนด้านหลังเดินตามกันเข้ามา พอผ่านทางเดินสั้นๆ มาแล้ว พวกเขาก็มาถึงยังห้องศิลาแห่งหนึ่ง บนฟูกของเตียงศิลามีชายชราผู้หนึ่งนั่งอยู่
“คารวะท่านปู่รอง” ซือหม่าเลี่ยและซือหม่าหลินทำความเคารพคนผู้นั้นพร้อมกัน
พวกซือหม่าโยวเย่ว์ก็ค้อมกายคารวะเช่นกัน มีเพียงเจ้าไก่ฟ้าเท่านั้นที่ยังคงยืนนิ่งไม่เคลื่อนไหว
“เลี่ยเอ๋อร์” ชายชรามองซือหม่าเลี่ย นัยน์ตาอันสงบนิ่งราวบ่อน้ำอันไร้คลื่นทอประกายยิ้มจางๆ
ใบหน้าที่เต็มไปด้วยริ้วรอยของเขาไม่เหมือนกับบุคคลระดับจ้าววิญญาณขั้นสุดยอดทั่วไป เขามิได้เลือกที่จะเยาว์วัยไปตลอดกาล
“ท่านปู่รอง ข้ากลับมาแล้วขอรับ” ซือหม่าเลี่ยคุกเข่าลงไปทำความเคารพผู้อาวุโสที่ตนเคารพรักมากที่สุดในตอนนั้น
พวกซือหม่าโยวหมิงทั้งสี่คนเห็นเช่นนี้จึงคุกเข่าลงไปด้วยเช่นกัน
ซือหม่าโยวเย่ว์ยืนนิ่งไม่ขยับเขยื้อน
“ตอนนี้สายตระกูลของพวกเจ้าก็เหลือเพียงแค่พวกเจ้าไม่กี่คนนี้เท่านั้นแล้วสินะ” ชายชราเอ่ยปากแล้วยกมือ ลำแสงหลายสายก็พุ่งเข้าสู่ร่างกายของพวกเขา
“ท่านปู่” ซือหม่าโยวเย่ว์ตะโกนออกไปอย่างเป็นกังวล
“อย่ากังวลใจไปเลย ข้าทำเพื่อคลายผนึกขอ