หญ่โต หน้าไม่อายเลย!” ซือหม่าอี้ก่นด่า
“ข้าพูดไม่ถูกต้องตรงไหนหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์มองพวกเขาพลางเอ่ยว่า “เดิมทีข้าจะมาที่นี่แล้วพาคนไปเลยก็ได้ แต่ที่ยอมเสียเวลาไปมากมายถึงเพียงนี้ก็เพราะอยากจะดูว่าคนอย่างพวกท่านมีนิสัยเป็นเช่นไร คู่ควรที่จะให้พวกท่านปู่ข้ากราบกรานเป็นบรรพบุรุษหรือไม่ แต่พวกท่านช่างทำให้คนผิดหวังเสียจริง”
เมื่อได้ยินเธอพูดเช่นนี้ แม้กระทั่งซือหม่าหลินและซือหม่าชิงก็แสดงสีหน้าไม่น่าดูออกมาเสียแล้ว
“ข้าจะพาตัวพวกท่านปู่ข้าจากไปเดี๋ยวนี้ ข้าอยากเห็นนักว่าจะมีใครมาขัดขวางข้าได้!” ซือหม่าโยวเย่ว์ขยิบตาให้พวกเจ้าอ้วนชวี พวกเขาก็มาที่ข้างกายพวกซือหม่าโยวหราน คนหนึ่งประคองคนหนึ่ง เตรียมเดินออกไปด้านนอก
“เด็กๆ จับตัวพวกเขาเอาไว้ที!” ซือหม่าอี้ออกคำสั่ง
พวกซือหม่าโยวเย่ว์ประคองพวกซือหม่าเลี่ยทั้งห้าคนมาจนถึงลานบ้าน ระดับบรรพวิญญาณและราชันวิญญาณจำนวนไม่น้อยก็ร่อนลงมาจากฟ้าแล้วล้อมลานบ้านเอาไว้
พวกซือหม่าอี้ก็เหินทะยานออกมาจากห้องโถงใหญ่เช่นเดียวกัน
ซือหม่าเค่อมองซือหม่าเลี่ยอย่างโหดเหี้ยม อดใจรอที่จะลงมือฆ่าพวกเขาเสียตอนนี้แทบไม่ไหว
หม่าลี่เพิ่งจะได้สติกลับมาจากการเปลี่ยนแปลงเมื่อครู่นี้แล้ววิ่งออกมา เมื่อเห็นการต่อสู้นี้จึงตะโกนใส่ซือหม่าอี้ว่า “ซือหม่าอี้ ข้าได้ลั่นวาจาไปแล้วว่าจะปกป้องพ่อหนุ่มผู้นี้ให้รอดปลอดภัยออกไปจากจวนซือหม่า นี่เจ้าจะฉีกหน้าข้าอย่างนั้นหรือ”
ซือหม่าโยว