่านปู่ของข้าเพื่อยืนยันว่าพวกเขายังมีชีวิตอยู่หรือไม่”
ซือหม่าหลินมองซือหม่าโยวเย่ว์ในตอนนี้แล้วก็เกินความพรั่นพรึงขึ้นมาในใจไม่น้อย
คิดไม่ถึงว่าปรมาจารย์วิญญาณตัวเล็กๆ ในตอนนั้นจะเจริญเติบโตขึ้นมาถึงระดับนี้แล้ว แม้กระทั่งซือหม่าโยวหลินที่ถูกขนานนามว่าเป็นผู้มีพรสวรรค์อันดับหนึ่งก็ยังไม่ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ขนาดนี้เลย
“ไปพาตัวพวกเขามาที” ซือหม่าหลินเอ่ยปาก
“ขอรับ ท่านประมุขตระกูล”
ในขณะที่รอคอยอยู่นั้นเอง ซือหม่าหลินก็มองหม่าลี่ที่วนเวียนอยู่รอบกายซือหม่าโยวเย่ว์ไม่หยุดหย่อนแล้วเอ่ยว่า “หม่าลี่ เจ้าไม่อยู่เฝ้าเตาหลอมยาของเจ้าที่สมาคมนักหลอมยา แต่วิ่งแจ้นมาที่นี่ทำไมกัน”
“ข้ามาดูเรื่องสนุกน่ะสิ!” หม่าลี่พูดออกมาโดยไม่ทันคิดไตร่ตรอง หลังจากนั้นจึงรีบปฏิเสธแล้วเอ่ยว่า “ข้าได้ยินว่าพวกตัวประหลาดเหล่านั้นออกมากันแล้ว ก็เลยมาดูสักหน่อยว่าเป็นคนเช่นไร คิดไม่ถึงว่าจะเจอเรื่องนี้เข้าพอดี ข้ารับปากเอาไว้ว่าจะปกป้องเขาให้ปลอดภัย ส่วนเขาก็รับปากว่าจะให้ข้าดูผลอสรพิษทองคำ”
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ก็นั่งลงรอก่อนเถิด” ซือหม่าหลินพูด
“ไม่ต้องหรอก” หม่าลี่โบกมือแล้วยืนอยู่ข้างกายซือหม่าโยวเย่ว์ ราวกับว่าทำเช่นนี้แล้วจะได้กลิ่นของผลอสรพิษทองคำอย่างไรอย่างนั้น
“พวกเจ้าก็คือเหล่าผู้มีพรสวรรค์ที่โด่งดังเป็นอย่างยิ่งในช่วงนี้สินะ” ชายชราตระกูลซือหม่าผู้หนึ่งพูด
พวกเว่ยจือฉียังไม่ทันเอ่ยวาจา หม่าลี่ก็