เมื่อได้รู้ว่าพวกซือหม่าโยวเย่ว์ออกจากการปลีกวิเวกแล้ว ขุมอำนาจจำนวนไม่น้อยก็แห่กันมาตามข่าวที่ได้ยินอย่างรวดเร็ว หมายจะสานสัมพันธ์กับพวกเขา
ซือหม่าโยวเย่ว์เห็นคนเหล่านี้แล้ว ไม่รู้ว่าอีกประเดี๋ยวพอพวกเขาเห็นเธอเผชิญหน้ากับตระกูลซือหม่าแล้วจะยังเป็นเช่นนี้กันอยู่อีกหรือไม่
“นี่พวกเขาจะไปไหนกันน่ะ” มีคนเห็นพวกเขามุ่งหน้าไปที่ไหนสักแห่ง จึงคาดเดาว่าพวกเขาต้องมีธุระ
“ทิศทางนี้ ดูเหมือนจะไปที่ตระกูลซือหม่าเลยนะ” มีคนเอ่ยขึ้น
“หรือพวกเขาคิดจะเข้าร่วมกับตระกูลซือหม่ากันเล่า”
“คงไม่หรอกกระมัง ก่อนหน้านี้มิได้บอกว่าคนของตระกูลซือหม่าล่วงเกินพวกเขาเข้าหรอกหรือ ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงต้องเปิดเผยตัวตนอย่างไรล่ะ”
“หรือว่าพวกเขาจะไปคิดบัญชีกับตระกูลซือหม่า”
“ยากจะพูดได้”
“……”
และในขณะนี้เอง ณ เรือนอันห่างไกลแห่งหนึ่งของตระกูลซือหม่า ซือหม่าโยวเจ๋อและซือหม่าโยวอีนำเด็กรับใช้กลุ่มหนึ่งเดินเข้าไป ก่อนจะมองคนภายในเรือนแล้วเอ่ยว่า “เจ้าพวกคนทรยศ ยังจะตั้งตาคอยอะไรอยู่อีกเล่า พวกเจ้าคงจะมิได้คิดจริงๆ หรอกนะว่าปรมาจารย์วิญญาณตัวเล็กๆ คนหนึ่งจะผ่านด่านเทือกเขาสั่วเฟยย่ามาช่วยพวกเจ้าได้น่ะ”
ซือหม่าเลี่ยลืมตามองเขาปราดหนึ่ง จากนั้นจึงหลับตาลงอีกครั้ง มิได้ให้ความสนใจเขาอีก
ซือหม่าโยวอีเห็นพวกเขามีท่าทีนิ่งเฉย มิได้ดูน่าเวทนาสงสารเฉกเช่นผู้ผู้ถูกคุมขังสักนิด เขาจึงก้าวเข้าไปเตะซือหม่าโยวฉีจนล้มลงบนพื้น
“เจ้า