ี่เสียหน่อย หากแต่เป็นการมุ่งสู่ดินแดนโบราณ มิอาจหยุดยั้งอยู่ที่นี่ตลอดไปได้หรอก” เว่ยจือฉีก็พูดขึ้นเช่นกัน
“แต่บางทีอีกสิบวันให้หลังข้าอาจจะถูกล่าสังหารแล้วก็เป็นได้ พวกเจ้าจะไม่ไตร่ตรองกันอีกสักหน่อยจริงๆ หรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์ไม่อยากให้คนรอบตัวตกอยู่ในอันตราย
“ไม่ต้องหรอก หากถูกล่าสังหารจริงๆ ก็ถือว่าเป็นประสบการณ์แล้วกัน!” เจ้าอ้วนชวีพูด
“เช่นนั้นก็ได้ เช่นนั้นพวกเราก็ออกเดินทางสู่จุดมุ่งหมายกันดีกว่า!” ซือหม่าโยวเย่ว์พูดด้วยรอยยิ้ม “ถ้าหากไม่อยากอยู่ใต้ร่มเงาของขุมอำนาจอื่น ระยะนี้ก็อย่าเพิ่งปรากฏตัวเลยนะ”
“กลับไปปลีกวิเวกเสีย!”
เมื่อกลับถึงโรงเตี๊ยมที่พัก พวกเขาก็แจ้งพนักงานเอาไว้ว่าทุกคนจะปลีกวิเวก ไม่ว่าผู้ใดมา พวกเขาก็จะไม่มาพบทั้งสิ้น
พนักงานก็ยังไม่เข้าใจว่าเป็นเรื่องอันใด แต่เพียงไม่นานก็เข้าใจแล้ว เพราะคนของขุมอำนาจใหญ่จำนวนมากต่างแห่กันมาบอกว่าต้องการพบพวกซือหม่าโยวเย่ว์
“ขออภัยทุกท่าน แขกผู้เข้าพักเหล่านั้นแจ้งเอาไว้ว่าจะปลีกวิเวกสิบวัน ช่วงนี้ไม่รับแขกขอรับ!” พนักงานพูด
“ไม่ยอมพบผู้ใดทั้งสิ้นเลยหรือ” ซือหม่าโยวหยางถาม
“ใช่แล้ว พวกเขาบอกว่าถ้าหากทุกท่านมีธุระ อีกสิบวันให้หลังค่อยมาพบพวกเขาขอรับ” พนักงานพูดต่อ
“ฮ่าๆ ซือหม่าโยวหยาง ข้าบอกแล้วอย่างไรเล่า เดิมทีคนเหล่านั้นเป็นสหายของพวกเจ้า น่าเสียดายที่คนตระกูลเจ้ามีตาหามีแววไม่ ไปล่วงเกินพวกเขาเข้า ตอนนี้อยากจะดึงพวกเขา