เข้าตระกูลพวกเจ้าก็สายเกินไปเสียแล้วกระมัง! ฮ่าๆๆ”
ซือหม่าโยวหยางมองคนเหล่านั้นโดยไม่เอ่ยวาจา แต่สีหน้ากลับไม่น่าดูสักเท่าใดนัก
หั่วจือเหยียนที่มาด้วยกันมองห้องชั้นบนปราดหนึ่งด้วยแววตาเป็นประกาย
เขาคิดไม่ถึงว่าคนเหล่านี้จะกลับมาปลีกวิเวก พวกเขาต้องคาดเดาได้ว่าจะมีคนมาพบพวกเขาอย่างแน่นอน
พวกเขาทำเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร ทำไปเพื่อดูว่าขุมอำนาจใดจะเหมาะสมกับพวกเขาอย่างนั้นหรือ
ผู้คนที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวจำนวนหนึ่งเห็นขุมอำนาจมากมายมาพบพวกเขาเช่นนี้ แต่พวกเขากลับหลบเลี่ยงไม่ยอมพบ หรืออาจมีผู้หนุนหลังอยู่แล้ว?
“เจ้าไม่รู้เรื่องนี้หรอกหรือ เมื่อครู่ข้าได้ยินมาจากข้างนอกว่าในบรรดาห้าคนนี้มีนักหลอมยาสองคน นักหลอมวัตถุหนึ่งคน และนักฝึกสัตว์อสูรหนึ่งคน และยังมีอีกคนหนึ่งที่ไม่รู้ว่ามีตัวตนเป็นเช่นไร แต่กลับถือครองบัตรสีฟ้าที่ล้ำค่าที่สุดของหอเซวียนหยวน บัตรสีฟ้านั้นแม้กระทั่งขุมอำนาจชั้นหนึ่งก็ยังไม่มีกันเลย!”
“อะไรนะ!”
เมื่อผู้คนในโรงเตี๊ยมได้ฟังคำพูดนี้แล้วต่างพากันตกตะลึง พวกเขาเหล่านี้มีสถานะเช่นไรกันแน่ เป็นคนของขุมอำนาจเหนือธรรมดาอะไรสักแห่งอย่างนั้นหรือ
“นอกจากนี้ข้ายังได้ยินว่าพวกเขายังอายุราวๆ ยี่สิบกว่าปีเท่านั้นอีกด้วย แต่กลับประสบความสำเร็จเป็นอย่างยิ่ง ในภายหน้าจะต้องเป็นคนที่ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่แน่นอน!”
“คนเช่นนี้ยังถูกผู้อื่นเรียกว่าเป็นคนบ้านนอกอีก บอกว่าพวกเขาไม่มีเง