่าโยวเจ๋อไม่ปรากฏตัวในเมืองอันหยางไปอีกหลายวันเลยทีเดียว
ช่างขายหน้าผู้อื่นเหลือเกิน!
เว่ยจือฉียิ้มแล้วเอ่ยว่า “ไม่ต้องหรอก ไม่มีของที่ข้าอยากซื้อเลยน่ะ”
เขาตอบเช่นนี้ก็เท่ากับยอมรับอย่างอ้อมๆ ว่าตนเป็นนักฝึกสัตว์อสูร
ซือหม่าโยวเย่ว์ได้ฟังคำพูดของเสี่ยวถูแล้วก็ลอบหัวเราะอยู่ในใจ คิดไม่ถึงว่าเจ้าเด็กน้อยนี่ก็มีกลเม็ดกับเขาด้วย
เหตุใดก่อนหน้านี้จึงไม่เคยค้นพบเลยว่าเขาก็มีด้านมืดเช่นนี้อยู่ด้วย
ทุกคนสูดหายใจ นักหลอมยาสองคน นักหลอมวัตถุและนักฝึกสัตว์อสูรอย่างละคน กลุ่มคนเช่นนี้ไม่ว่าไปที่ไหนก็ต้องเป็นแขกพิเศษกระมัง!
นอกจากนี้อายุอานามของพวกเขายังเยาว์วัยถึงเพียงนี้ ดูไปแล้วก็อายุราวๆ ยี่สิบปีเท่านั้นเอง พวกเขาเป็นคนที่มาจากบ้านนอกบ้านนาจริงๆ น่ะหรือ ต่อให้เป็นขุมอำนาจชั้นหนึ่งสักแห่งก็ยังมิอาจบ่มเพาะผู้มีพรสวรรค์ออกมาได้มากมายถึงเพียงนี้เลยกระมัง!
ซือหม่าโยวหยางและซือหม่าโยวฉิงต่างพากันตกตะลึง เห็นพวกเขาดูเรียบๆ มาโดยตลอด คิดไม่ถึงว่าจะเป็นผู้มีทักษะติดตัวกันหมด
หั่วจือเหยียนเองก็มองพวกเขาหลายที แต่สุดท้ายสายตาก็มาหยุดอยู่บนร่างซือหม่าโยวเย่ว์ อยากจะเห็นว่าเธอมีความสามารถเช่นไร
แต่สิ่งที่ทำให้เขาผิดหวังก็คือหลังจากเจ้าอ้วนชวีแล้ว ซือหม่าโยวเย่ว์ก็มิได้ขายยาวิเศษหรือหยิบเอาอาวุธวิญญาณออกมา เพียงแค่พูดกับพวกเขาว่า “ระหว่างที่พวกเขาคิดเงินให้พวกเจ้า พวกเจ้าไปหยิบของที่เลือกไว้เมื่อครู่มาส