ในเมื่อเจ้าอ้วนชวีรับปากไปแล้ว ซือหม่าโยวเย่ว์จึงมิอาจพูดอะไรได้อีก ได้แต่เดินตามพวกเขาขึ้นไปด้านบนด้วยกัน
เสี่ยวเอ้อร์พาพวกเขาไปยังห้องส่วนตัวที่มีขนาดใหญ่มากห้องหนึ่ง นั่งได้ไม่ต่ำกว่ายี่สิบคน
“นั่งสิ” ซือหม่าโยวหยางเรียกให้ทุกคนนั่งลง หลังจากนั้นจึงแนะนำตัวกัน “ท่านนี้คือหั่วจือเหยียนแห่งตระกูลหั่ว นี่คือหั่วจือเจียว น้องสาวของเขา ส่วนสองคนนั้นเป็นลูกพี่ลูกน้องของข้า ซือหม่าโยวเจ๋อ และซือหม่าโยวอี ส่วนคนเหล่านี้คือซีเหมินเย่ว์ เว่ยจือฉี โอวหยางเฟย เจ้าอ้วน และเป่ยกงถัง ส่วนเจ้าเด็กน้อยนี่ชื่อถูถู เอ้อ… แล้วพี่ไก่ฟ้าเล่า”
“เขามีธุระต้องไปทำสักสองสามวันน่ะ” ซือหม่าโยวเย่ว์พยักหน้าให้คนเหล่านั้นแล้วเอ่ยตอบ
หั่วจือเหยียนสนทนาโต้ตอบอยู่ครู่หนึ่ง คนอื่นๆ ก็ไม่เห็นเธออยู่ในสายตาเสียแล้ว
หั่วจือเจียวเบ้ปากอย่างไม่พอใจแล้วเอ่ยว่า “พี่โยวหยาง เหตุใดท่านจึงเที่ยวเชิญใครต่อใครมากันหมดเลยเล่า ทำเอาห้องส่วนตัวเล็กไปถนัดตาเลย”
เมื่อเอ่ยวาจานี้ออกมา บรรยากาศภายในห้องก็ผิดแปลกไปในทันที เดิมทีซือหม่าโยวเย่ว์ก็ไม่อยากมาร่วมกับพวกเขาสักเท่าไร่อยู่แล้ว เมื่อได้ยินวาจานี้ก็ยิ่งไม่สบายใจ จึงยืนขึ้นแล้วเอ่ยว่า “ข้าว่าพวกเราไปนั่งข้างนอกกันดีกว่า ขอบคุณคุณชายซือหม่ามากที่หวังดี”
“เฮ้ๆๆ ไม่เอาน่า ไหนๆ ก็มากันแล้ว จะไปไหนกันเล่า!” ซือหม่าโยวฉิงเอ่ยปรามเธอ
หั่วจือเหยียนถลึงตาใส่หั่วจือเจียวคราหนึ่ง หลังจาก