นั้นจึงประสานมือคำนับพวกซือหม่าโยวเย่ว์พลางเอ่ยว่า “น้องเล็กเย่อหยิ่งเสียจนเคยตัว หวังว่าคุณชายซีเหมินจะไม่ถือสาที่ล่วงเกิน”
เมื่อเห็นผู้อื่นพูดเช่นนี้แล้ว ซือหม่าโยวเย่ว์จึงไม่พูดอะไรอีกแล้วนั่งลงตามเดิม
“หั่วจือเหยียน เหตุใดข้าจึงรู้สึกว่าชื่อนี้คุ้นหูเสียเหลือเกิน” เจ้าอ้วนชวีพูด
“ไม่รู้จักแม้กระทั่งพี่ชายข้า ช่างบ้านนอกเสียจริง!” หั่วจือเจียวมองเจ้าอ้วนชวีอย่างดูแคลนปราดหนึ่ง
“หั่วจือเหยียนคือผู้มีพรสวรรค์แห่งตระกูลหั่วที่มีชื่อเสียงพอๆ กับพี่โยวหลิน เป็นหนึ่งในสี่ตัวฉกาจอย่างไรเล่า” ซือหม่าโยวฉิงพูด
“ถูกต้อง ข้านึกออกแล้ว คราวก่อนพวกเราเคยได้ยินคนพูดถึงมาก่อนเช่นกัน” เจ้าอ้วนชวีพูดอย่างนึกขึ้นได้ มิได้ใส่ใจคำพูดของหั่วจือเจียวเลย
ซือหม่าโยวอีและซือหม่าโยวเจ๋อต่างชื่นชอบหั่วจือเจียวกันเป็นอย่างยิ่ง ยามนี้เมื่อเห็นว่านางไม่ชอบพวกซือหม่าโยวเย่ว์ ก็ย่อมไม่อยากเห็นหน้าพวกเขาไปด้วยเช่นกัน
ซือหม่าโยวอีเอ่ยปากถามว่า “แม้กระทั่งผู้มีพรสวรรค์แห่งตระกูลหั่วก็ยังไม่รู้จัก พวกเจ้ามาจากที่ไหนกันหรือ แล้วมารู้จักกับพวกพี่ชายข้าได้อย่างไร”
ในน้ำเสียงแฝงแววดูแคลนเอาไว้ด้วย เพราะมั่นใจว่าพวกเขาต้องมาจากสถานที่เล็กจ้อยอย่างแน่นอน
“พวกเรามาจากอาณาจักรอื่นน่ะ” เว่ยจือฉีพูด “รู้จักกับเขาตอนอยู่ที่ค่ายกลนำส่งของเมืองหลินชวน”
“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้นี่เอง ข้าว่าแล้วเชียวว่าพวกเจ้าจะมารู้จักกับคนของตระกู